สองสามวันนี้ใจจะทะยอยเอาของเล่นแผลงๆ มาฝากกัน
ดูว่าตอนไปออสเตรเลียเมื่อไม่นานมานี้
ใจไปเล่นเครื่องเล่นอะไรบ้างที่มันไม่มีที่เมืองไทย
หลังจากที่ติดค้างมานานนม หมักหมมจนเป็นออสเตรเลียดองเค็มกันเต็มที่แล้ว
ปล่อยให้คนทวงแล้วทวงอีก
หลายคนบอกว่านั่งดูภาพอย่างเดียว บอกว่าไม่เห็นภาพช่วยกรุณาบรรยายภาพด้วย
ใจเลยตั้งสติและลงมือตั้งใจเขียนเล่ากันสักที... เอาน่ะ มาช้าดีกว่าไม่มาใช่ไหมละ
คราวนี้ถึงตาของกระดานโต้ทรายกันบ้าง
เจ้ากระดานโต้ทรายหรือ sand broad นี่
ใจไปเล่นเมื่อครั้งเดินทางไปยังบริสเบน
เป็นทริปต่อจากเมลเบิร์น ย่างเข้าวันที่ 6 ของการเยือนออสเตรเลียราวๆ นั้น

หอบกระดาน เดินขึ้นไปบนโน้นนน แล้วก็ไถลลงมา
เมื่อลงเครื่องบินในประเทศ ซึ่งบินมาจากเมลเบิร์น
จากเดิมที่เวลาเคยอยู่เมลเบิร์นแล้วเวลาเร็วกว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง
มาที่บริสเบนเราได้เวลาเพิ่มมาอีก 1 ชั่วโมง กลายเป็นว่าที่นี่เร็วกว่าเมืองไทย 3 ชั่วโมง
ที่เกาะนี่นกแบบมาแย่งอาหารนกพิลิแกนเยอะมาก...ยืนนิ่งให้ถ่ายภาพคู่ด้วย
ผ่านการขนกระเป๋าพะรุงพะรังขึ้นรถของคนที่จะดูแลเราในเมืองนี้เสร็จสิ้น
เขาก็พาเรามุ่งหน้าไปยังท่าเรือสำหรับเดินทางไปเกาะมอร์ตัน
(Moreton หรือชื่อเต็ม Moreton Island National Park)
ที่นี่ถือเป็นทริปแรกของการเดินทางในโกลด์โคสต์
จากกำหนดเที่ยวที่หนาเท่ากับ annual report ของบางบริษัท...ประมาณนั้นเลยล่ะขอบอก
เกาะสวาท หาดสรรค์ อยากไปฮันนีมูนที่นี่ 555
เราทั้งหมดเอากระเป๋าหนักอึ้งไว้ในรถที่จอดทิ้งไว้ที่ลานจอดของท่าเรือ
แล้วก็เอาของจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตสองวันหนึ่งคืนบนเกาะมอร์ตันติดกระเป๋าใบเล็กไป
แต่ก็ไม่วายเอาโน้ตบุ๊กติดตัวไปด้วย ...ฮ่วย ไปเกาะยังหอบคอมฯ ไปด้วย เหลือเชื่อเลย 555
แต่ตอนหลังได้ใช้งานมันจริงๆ นะ ใช้โหลดรูป ใช้ติดต่อสื่อสารกับคนที่รัก ฮิ้ววววววว

ไปไหนเจ๊เราก็กระโดด จนเจย์มันบอกว่า "อีกละ" ... อยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้กระโดด...
หลังจากที่ขึ้นมานั่งบนเรือยักษ์เราก็หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว
เรือแล่นออกจากท่ามุ่งหน้าไป "วนอุทยานแห่งชาติเกาะมอร์ตัน" โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 75 นาที
เรารู้อยู่แล้วว่าที่นี่มีรีสอร์ทเพียงหนึ่งเดียวที่ชื่อ Tangalooma resort
ทั้ง ๆ ที่ทั้งเกาะใหญ่โตมโหฬาร และเคยมีความสำคัญในฐานะของการเป็นป้อมปราการในการต่อสู้เมื่อสมัยสงครามโลกครั้ง 2
ทิ้งร่องรอยและหลงเหลือป้อมปืนไว้บนเกาะให้เห็นกันบ้าง
และยังเป็นที่ที่มีสัตว์น้ำสำคัญ ๆ อยู่มากมาย
แต่ว่ากันว่าเป็นเพราะเจ้าของรีสอร์ทบังเอิญเป็นเจ้าของที่ผืนนี้ตั้งแต่ครั้งยังไม่ประกาศให้เกาะเป็นวนอุทยานแห่งชาติ
สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าทั้งเกาะมีรีสอร์ทเพียงเจ้าเดียว ออกจะแปลกไปสักนิด
แต่แม้จะเป็นรีสอร์ทเพียงหนึ่งเดียว เจ้าของก็ไม่ละเลยที่จะดูแลสภาพแวดล้อมไม่ให้เป็นพิษกับทั้งทะเลและสัตว์น้ำแถบนั้น
ลงไปพายคะยักแวบนึง...แวบเดียวจริงๆ


ไปขี่เอทีวีก่อนไปเล่นกระดานโต้คลื่น...ขี่ลงทะเลด้วย ฮ่วย....
พนักงานจากรีสอร์ทที่มารับเราตั้งแต่ออกจากฝั่ง และจะดูแลไปตลอดทริปการเดินทาง
บอกเล่าให้เราฟังว่าที่นี่มีการบริหารจัดการดีเยี่ยม
ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการจัดการขยะแล้วการบริหารจัดการเรื่องน้ำใช้ถือเป็นหัวใจสำคัญของรีสอร์ทบนเกาะห่างฝั่ง
เขาตักตวงเอาน้ำใต้ผืนทรายมาใช้พอสมควร ฝนที่ตกลงมาจะถูกดูดซึมโดยทราย และใช้เป็นน้ำบริโภค อุปโภคบนเกาะแห่งนี้
และหากเอาขึ้นมาดูกันจริงๆ น้ำที่มีอยู่อาจจะมากพอส่งไปยังฝั่งให้ใช้งานกันได้ด้วย
เขาติดตั้งเจเนอเรเตอร์หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ยักษ์เพื่อให้ไฟฟ้าส่องสว่างไปทั่วรีสอร์ท
มีอินเตอร์เน็ตไร้สายหรือ wi fi ที่ใจสามารถสั่งซื้อผ่านบัตรเครดิตการ์ดได้เลย
โดยไม่ต้องเดินเป็นกิโลเมตรกว่าจะถึงเคาน์เตอร์
คลิกที่ปลายนิ้ว ใส่หมายเลขบัตร เลือกแพ็กเก็จ เป็นที่เรียบร้อย... นี่เกาะนะนี่...
ใครถ่ายรูปไว้ไปรับที่นี่เด้อออ
เมื่อไปถึงที่นั่นก็มืดค่ำพอสมควร กำหนดการณ์แรกคือการไปให้อาหารปลาโลมา
ที่นี่มีโลมา 9 ตัวแวะแวียมาเวลาเดิมทุกวัน เพื่อกินปลาฟรีๆ จากรีสอร์ท
ผู้จัดการของรีสอร์ทออกมาต้อนรับเราและบอกชื่อปลาโลมาได้ครบทุกตัว
แถมยังบอกเราว่า แขกที่มาพักที่นี่ก็มีสิทธิ์ต่อแถวให้อาหารปลากันทุกคนด้วยเช่นกัน
เขาจะสอนวิธีการให้ปลาที่ถูกต้องกับทุกคนก่อนไปต่อแถวเดินลงน้ำให้อาหารปลาโลมากัน
ก่อนใจจะไปต่อแถวกับเขามั่ง
เข้าที่พักอาบน้ำ แล้วก็มาทานอาหารค่ำ และก็เข้าที่พักอีกครั้ง หลับปุ๋ยเพราะความเหนื่อยล้า
กระดานเช็คชื่อปลาโลมา...ตัวไหนมา ตัวไหนโดด
ตื่นขึ้นมาเช้านี้ ใจจะไปเล่นกระดานโต้ทรายที่ว่ากันสักที
รอมาตั้งแต่ครั้งที่อยู่เมลเบิร์น...
เคยได้ยินจากปากเพื่อนร่วมรุ่นที่เคยมาที่นี่บอกว่า สนุกมาก...ใจเลยอยากเห็นบ้าง
อยากลองเล่นด้วย จะได้รู้ว่ามันสนุกอย่างที่เพื่อนบอกไหม
รถคันนี้พาเรามาถึงที่หมาย
เมื่อใจและนักท่องเที่ยวทุกคนที่จะไปเล่นกระดานโต้ทรายมาถึงที่นัดหมายในเวลาที่กำหนด
ทุกคนก็ถูกต้อนขึ้นรถบัสคันใหญ่ที่มีล้อใหญ่ยักษ์ สำหรับการเดินทางที่เขาเรียกว่า "วิบาก" พอสมควร
ทางขึ้นเขา ลงเขาบนเกาะ ไม่ได้ถูกลาดยางหรือตัดใหม่แต่อย่างใด
สภาพที่เห็นคือดินกรุกรัง ไม่เรียบ และบางจุดเป็นทรายทั้งหมด เป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้ที่นี่
นี่คือความตั้งใจของทั้งรีสอร์ท และคงจะเป็นข้อบังคับที่เอาจริงเอาจังเสียมากๆ
ว่ากันว่า ทรายถูกลมพัดจากทะเลขึ้นมาบนเกาะ และน่าอัศจรรย์ใจกว่านั้นก็คือ
ทรายถูกลมพัดมามากเสียจนกลายเป็นภูเขาทราย และลานกว้างเหมือนทะเลทราย
ที่บนเกาะนี้มีภูเขาทรายที่สูงถึง200 เมตร ซึ่งสูงทำสถิติโลกไปในที่สุด
แอบถ่ายทริปที่เล่นอยู่ก่อนลงรถ ซูมแล้ว ซูมอีก คนยังตัวเท่ามด....
แต่จุดที่เราจะไปเล่นกระดานโต้ทรายกันนั้นมีภูเขาทรายสูง 60 เมตร
นั่นก็สูงมากพอที่จะทำให้เราตื่นเต้นไปกับมันได้แล้วล่ะใจว่า
เมื่อไปถึง พนักงานที่นำทริปจะสอนวิธีการเล่นว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง
เริ่มจากเอาเทียนไขคนละชิ้นมาขูดแผ่นกระดานที่วางให้เลือก
ถูๆ ขูดๆ ให้เทียนไขติดกระดานตรงขอบ และตรงด้านกระดานไม้อัดฝั่งลื่นๆ
ฝั่งหยาบๆ ไม่ลื่น เอาไว้ให้ตัวเรานอนทับ
เทียนไขจะทำให้กระดานไถลจากภูเขาทรายส่งสู่ลานกว้างได้ดียิ่งขึ้น
ตรงโน้นนนน เห็นไหม ไถลลงมาโลดดดดด
เราต้องแบกกระดานขึ้นไปจุดสูงสุดของภูเขา
นอนทับบนกระดาน แล้วเอามือสองข้างยกขอบกระดานส่วนหน้าขึ้น ให้โค้ง
ยกขาหลังสองข้างขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังจะเหาะ
หลับตา ปิดปาก และเชิดหัวขึ้น กันทรายเข้าปาก เข้าตา ...
ดูใส่ชุด กัวดำเต็มที่..ทรายเต็มหมวกเต็มเป๋าไปหมด...เซ็งจอร์จ..รู้งี้ชุดเดิมดีแระ
เมื่อพร้อม พนักงานก็จะผลักเราลงมาจากข้างบน
และเมื่อลงถึงเบื้องล่างก็ต้องรีบคว้ากระดานแล้ววิ่งไปทางขวา
เพื่อเปิดทางให้กับเพื่อนข้างบนได้ไถลลงมาข้างล่างกันบ้าง...
นี่คือ ความสนุกสนานที่เราจะหาเล่นได้ที่ไหนในประเทศไทย
บอกใจที ใจจะไปเล่น...555
ตอนเด็กๆ ใจเคยเล่นไถลๆ แบบนี้เหมือนกัน
เพียงแต่ว่ามันเป็นที่โล่งๆ ว่างๆ รอคอยการปลูกข้าวโพดข้างสวนมะม่วงของครอบครัว
ที่ปลูกข้าวโพดของชาวบ้านที่อยู่ละฝั่งรั้ว
มีดินมีสีแดงเข้ม กลางไร่นั้นมีต้นไม้เพียงต้นเดียวคอยให้ร่มเงา และก็ดันไปอยู่ตรงเนินลาดชัน
ที่เบื้องล่างเหมือนกับเป็นไหล่เขาลาดชันลงมา สูงหลายสิบเมตรทีเดียว
ใจกับเพื่อนผู้ชายหลายคนก็เอากาบต้นหมาก ทั้งที่มันหล่นและลากมันออกจากต้น
กาบหมากไม่เพียงแต่เหนียว แต่ยังกว้างพอสำหรับใช้ก้นลงไปนั่ง
นั่งในนั้นเสร็จก็ให้เพื่อนอีกคนผลักกาบต้นหมากไถลลงมาสู่เบื้องล่าง (ไม่รู้มันถีบหรือเปล่า)
บ้างก็พลิกคว่ำ หน้าแดง ตัวแดง เสื้อเปื้อนตลอด...แม่บอกว่าอย่าไปเล่นๆ แต่ก็ยังหนีไปเล่นตลอด 555
เจ้ยยย อยู่ตรงนี้มาช่วยที เหนื่อยมาก.....
ใจหอบกระดานโต้ทรายไปเล่นสองรอบ
เจย์เล่นสองรอบ
คุณผึ้งเล่นหนึ่งรอบ ขณะที่เด็กนักศึกษาญี่ปุ่นที่เราเห็นเต็มเกาะเล่นกันคนละ 5-6 รอบ
ไม่ใช่ไม่ชอบนะ ชอบมาก แต่มันเหนื่อยตอนหอบกระดานขึ้นไปข้างบนนี่แหละ
ทรายมันยุบตัว เราต้องออกแรงมากกว่าปกติในการดึงเท้าขึ้นมา
อ้ะ จะถ่ายอีกรูปใช่ป้ะ ขอเต๊ะท่าก่อน....(เหงื่อไหลนะนั่น)
ตอนไถลทรายก็เข้าหู เข้าตา และเข้าปาก
ลองเอามือจับปากดูจะรู้ว่าน้ำลายเป็นทรายไปหมดแล้ว
เมื่อลองตะแคงหูจะพบว่าทรายร่วงพลูลงมา ดูน่ากลัวเล็กน้อย....
ใจกลับมาถึงบ้านที่กรุงเทพฯ ใจยังพบว่าเสื้อผ้าที่ใส่วันนั้น มีทรายเต็มกระเป๋าเลยทีเดียว
ในกระเป๋าที่ใช้แยกใส่เสื้อผ้าไปเกาะหนนั้นก็ยังเต็มไปด้วยทรายเม็ดขาวที่ว่า
ทุกวันนี้ว่างๆ ใจก็เอารูปบนเกาะนี้มานั่งเปิดดู
แม้มันจะผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้ว แต่ความทรงจำยังไม่เลือนหายไปไหน
ยังจำได้ว่าเคยสนุกแค่ไหนในการเล่นกระดานโต้ทรายในวันนั้น
เหมือนจะเว่อร์ แต่ไม่ได้เกินไปจากนี้เลยสักนิด....
ใจชอบแบบนี้ อยากจะให้ลมพัดทรายจากหาดหัวหินมากองบนพื้นจนสูง 60 เมตรบ้าง
จะได้หากระดานไปเล่นโต้ทรายที่หัวหินบ้าง....เง้อออออออออออ