Melbourne Seaplanes
-4-
อยู่ดีๆ ก็เคยนั่งคิดไหมว่าตัวเองจะมีโอกาสได้นั่งเครื่องบินลำจิ๋วร่อนอยู่เหนือน่านฟ้าเพื่อใช้สายตาทั้งสองข้างมองทัศนียภาพเบื้องล่าง นักบินจะพาเราขับวนไปฝั่งซ้าย กลับลำมาฝั่งขวาเพื่อชมความงามเบื้องล่างนั้น
ไม่หรอก บอกตรงๆ ว่าไม่เคยคิดสักครั้งว่าตัวเองจะได้รับสิทธิพิเศษแบบนั้นมาก่อน จนกระทั่ง...จนกระทั่งได้รางวัลไปท่องเที่ยวฟรีที่เมลเบิร์นนี่แหละ โชคดีเสียจริงที่ไม่ต้องเสียทั้งเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเข้าชมทุกสถานที่และไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มจากที่เคยเสียไปทุกเดือนอยู่แล้ว
เช้าวันที่สองของการเดินทางไปถึงเมลเบิร์น หลังจากตื่นนอน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และลงมานั่งทานอาหารมื้อเช้าเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินทางไปตามกำหนดการณ์ท่องเที่ยวที่เห็นแล้วยังแอบคิดในใจว่านี่กำหนดเที่ยวหรือ Annaul Report กันแน่ ความหนาของกระดาษ A4 ที่ระบุเอารายละเอียดว่าจะต้องเดินทางไปที่ไหนบ้าง เที่ยวที่ไหนและสถานที่แต่ละแห่งสำคัญอย่างไร มีความหนาเทียบเท่ากับรายงานประจำปีของบริษัทขนาด SME หรือบริษัทขนาดกลางบางแห่งได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
เจ้าหน้าที่ของการท่องเที่ยวแห่งรัฐวิคตอเรียที่ชื่อเจมส์มารอทั้งเราอยู่ก่อนแล้ว เขาขับรถนำพวกเรามุ่งหน้า ไปยัง Gem Pier ใน Williamstown โดยลัดเลาะผ่านชุมชนเก่าแก่ของเมือง ... ทำไมถึงบอกว่าเป็นชุมชนเก่าแก่ ก็ดูจากสภาพของบ้านเรือนที่ด้านหน้าประดับด้วยไม้ปักฉลุ มีต้นไม้ใหญ่ยักษ์หน้าบ้าน ข้างบ้าน ข้างถนน มีต้นกุหลาบที่และเห็นก็บอกได้ว่าคงปลูกมานานหลายปี เห็นแล้วสบายใจดี ไม่ใช่ตึกเสียทั้งหมด แบบนี้ก็หาดูได้ในเมืองเมลเบิร์น
เป้าหมายแรกในเช้าวันที่สองในเมลเบิร์นก็คือ การนั่งเครื่องบินที่เรียกกันว่า Seaplanes เครื่องบินที่ร่อนจากผิวน้ำขึ้นสู่ฟ้าเบื้องบน ขับวนชมความงามของเมลเบิร์นภายใต้บริการที่เรียกว่า Melbourne Seaplanes บางคนอาจจะเรียกบริการแบบนี้ว่า Scenic Seaplane Flights หญิงชายวัยกลางคนสองคนรอเราอยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อเห็นเจมส์ ซึ่งดูเหมือนจะคุ้นหน้าคุ้นตาสำหรับเขาทั้งสองดี เขาก็รีบมายืนต้อนรับ จับมือทักทายกับเราอย่างเร่งรีบ สองสามีภรรยาเปิดกิจการทัวร์เครื่องบินเล็ก ที่ร่อนจากผิวน้ำให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมลเบิร์นนานหลายปีดีดัก เขาแบ่งบริการทัวร์ออกเป็นหลายแพ็กเก็จ ไม่ว่าจะเป็น
Melbourne City Skyline หรือบริการขับวนชมทิวทัศน์ของเมลเบิร์น กินเวลา 15 นาที หรือบริการที่เรียกว่า The Ultimate Experience บินยาวนานไปไกลถึง 60 นาที บวกอาหารกลางวัน แพ็กเก็จ Historic Port Phillip Bay บริการบินพาชมอ่าวแห่ง ประวัติศาสตร์ 55 นาที และ Flights to the Dandenongs บริการบินไปยัง Dandenongs ใช้เวลาทั้งสิ้น 30 นาที
|
ค่าขึ้นเครื่องบิน เพื่อชมความงามของเมลเบิร์น ราคาขั้นต่ำสุดเริ่มจากการบินเพียง 15 นาที คิดค่าใช้ต่อหัวที่ 125 เหรียญออสเตรเลีย หรือประมาณ 3750 บาท (1 เหรียญออสเตรเลีย ณ เวลานั้นอยู่ที่ 30 บาท) แต่เหนือสิ่งอื่นใด บริการนี้จะทำไม่ได้เลย หากสภาพอากาศในเช้านั้นไม่ดีเอาเสียเลย นักบินจะงดบิน ดังนั้นต่อให้มีเงิน อากาศไม่ดีก็อดบินกันได้
เจมส์บอกกับเราล่วงหน้าเมื่อวานเย็นแล้วว่า เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็คือการยกหูโทรศัพท์ถามนักบินว่าวันนี้พวกเราจะได้นั่งเครื่องบินของเขาไหม และดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเราตั้งแต่ขามา เพราะเมื่อเราลงเครื่องที่ซิดนีย์เพื่อต่อเครื่องมายังเมลเบิร์น ฝนที่ซิดนีย์ทำให้ที่ซิดนีย์มืดมิดทั้งๆ ที่เป็นเวลา 8 โมงเช้าเข้าไปแล้ว
แต่เมื่อเราลงเครื่องที่เมลเบิร์นฝนกลับไร้เม็ดที่เมลเบิร์น ฟ้าโปร่งโล่ง ไร้เมฆ... ไร้เมฆ ฟ้าเป็นฟ้า สีฟ้าสดสะท้อนเข้าตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เราโชคดีเกินกว่าจะบรรยาย ยังนึกไม่ออกว่าหากฝนตก กำหนดการณ์ที่ระบุเอาไว้ในกระดาษหนาปึกนั่นคงจะต้องเลื่อน หรือไม่ก็ล่ม วุ่นวายพอสมควรเลยทีเดียว แต่เวลานี้เราก็มายืนอยู่ที่หน้าเครื่องบินลำจิ๋วสีฟ้าขาวกึ่งเก่ากึ่งใหม่ที่จอดอยู่บนน้ำทะเลสีฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กัปตันใช้เวลาอธิบายถึงวิธีการใช้ชูชีพแบบสั้นๆ ใส่อย่างไร รัดอย่างไร และเป่าลมเข้าอย่างไร หากมืดๆ อยากให้ไฟออกจะทำอย่างไร บอกตรงๆ ว่าเวลานั้นไม่ได้สนใจมากนัก เพราะนึกภาพไม่ออกว่าหากเกิดอุบัติเหตุจริงๆ เครื่องบินหยุดร่อนแล้วหล่นสู่เบื้องล่างที่เป็นทะเล เราจะมัวใช้ชูชีพทำไม...ในเวลานั้นคงนึกพระรอดเพียงอย่างเดียว เราจะรอดไหม รอดมาชูสองนิ้วเหมือนเจมส์ ข้าวมันไก่ไหม?
ในยุคหนึ่งเคยเห็นถ่ายทอดสดจากทีวี นักข่าวลงพื้นที่ที่เครื่องบิน TG โหม่งพื้นที่สุราษฎร์ธานี ในเครื่องบินมีเจมส์ ชูศักดิ์ หรือเจมส์ข้าวมันไก่ร่วมเดินทางด้วย แต่เขากลับเป็นหนึ่งในอีกหลายคนที่รอดชีวิตเขานอนบนเปล ช่างภาพถ่ายภาพเขา เขายิ้มแล้วชูสองนิ้ว...ไม่รู้จะสื่อความหมายว่าอะไร รอดตายแล้วหรือสู้สู้.... งง ๆ อยู่เหมือนกัน
เมื่อกัปตันอธิบายเสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาที่พวกเราจะขึ้นเครื่องบินไปผจญภัย 15 นาทีกันแล้ว เริ่มจากคนที่ต้องขึ้นคนแรก เพราะในหนนี้ต้องหน้าที่กึ่งพรีเซ็นต์แหล่งท่องเที่ยวของออสซี่ เก้าอี้ข้างกัปตันเลยตกมาอยู่ในมือของใจ คนนั่งหน้าสุดต้องนั่งก่อน หลังจากปีนขึ้นไปนั่ง กัปตันก็อ้อมไปหาเข็มขัดมารัดที่เอวให้ คนที่นั่งหลังสุดต้องตามไปนั่งในที่ที่ของเขา อีกสองคนนั่งตรงกลาง ทุกคนต้องวางกระเป๋าไว้เบาะที่ว่างอยู่ กันให้ทุกข้าวของห่างพ้นจากตัว ส่วนกัปตันก็ปีนขึ้นมานั่งในที่ที่ของตัวเอง
เขาบอกว่าเราจะร้อนสักหน่อย เครื่องปรับอากาศจะยังไม่ทำงาน จนกว่าเครื่องจะค่อยๆ อุ่นเครื่องและพร้อมร่อน เขากดปุ่มอะไรต่อมิอะไรมากมายตรงหน้า ใจเห็นชัดเจนว่าทั้งปุ่มและคันชักมันเริ่มเก่า บางจุดสนิมขึ้น แต่ก็ดูเหมือนจะไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง มันไม่เก่ามาก..จนน่าตกใจอะไรขนาดนั้น ขนาดเครื่องบินการบินไทยที่บินกลับบ้าน เราเองก็ยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่ากัปตนกดปุ่มเก่าแค่ไหนกัน?
|
เครื่องร่อนไปตามผิวน้ำสี่ถึงห้านาที กัปตันเปิดบานประตูให้ลมด้านนอกพัดเข้าสู่ด้านใน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก อากาศภายนอกร้อนระอุ แสงแดดของเมลเบิร์นในช่วงต้นเดือนมีนาคมช่างบาดใจ 37 องศาเซลเซียส ลมก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากช่วยให้ดำยิ่งขึ้น
เมื่อเครื่องพร้อม ลูกเรือพร้อม กัปตันก็เร่งเครื่องเต็มที่ เครื่องบินลำจิ๋วร่อนไปบนพื้นทะเลอย่างรวดเร็ว ก่อนยกตัวร่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า สูงขึ้น สูงขึ้น สูงขึ้น...
เมื่อเครื่องทรงตัวในระดับความสูงที่พอเหมาะกัปตันก็สละมือข้างหนึ่งคอยชี้โบ้ชี้เบ้ ปากก็พรรณาถึงความงามและแต่ละสถานที่ที่บินผ่านเบื้องล่าง ไม่ว่าจะเป็นหาดที่สวยสุดของเมลเบิร์นอย่างหาด St. Kilda หาด Brighton Beach เราบินผ่าน Melbourne Park Botanical Gardens , Government House , Rialto Towers , Crown Casino หรือแม้แต่ Yarra River แม่น้ำสายหลักสายสำคัญของเมลเบิร์นที่เชื่อมกับทะเล
เขาบินวนไปทางซ้าย อ้อมไปทางขวา ทะลุผ่านเมือง แบบนี้ไปเรื่อยๆ ห้านาทีแรก ใจยังตื่นเต้นไม่หาย ห้านาทีหลังยังถ่ายรูปไม่หยุด แต่ห้านาทีที่เหลือ เกือบจะสลบเหมือดเพราะความง่วง ไม่ใช่ว่าเบื้องล่างจะไม่น่าสนใจหรือการบินมันน่าเบื่อ แต่เพราะตัวเองตื่นเช้า และเข้าใจว่ากลิ่นน้ำมันและกลิ่นเครื่องยนต์ ทำให้ภายในห้องโดยสารอบอ้าวพอสมควร ออกซิเจนอาจจะไม่เพียงพอมากนัก ทำให้ตัวเองง่วงจนตาแทบจะปิดลงไปในห้วงเวลาหนึ่ง
อ้างไปเรื่อย ที่จริงน่ะง่วงเอง... แต่ต่อให้ง่วงแค่ไหน แต่ก็เก็บความประทับใจจนถึงวินาทีสุดท้าย ใจเก็บเอาความทรงจำใส่กระเป๋ากลับมาบ้านด้วย และมันก็ยังอยู่จนถึงวันนี้ ... ชอบจริงๆ Melbourne Seaplanes
-----------------
|