-2-
แม่เคยเล่าให้ฟังและพอจำได้ลางๆ ว่า ผู้เป็นตาเคยเป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้านที่เป็นบ้านเกิดของทั้งแม่ พี่สาวสองคนและใจ และในฐานะที่พาลูกบ้านบางคนอพยพมาจากจังหวัดแพร่ และมาตั้งรกรากอยู่ในอำเภอเล็กๆ ในเชียงราย ในเวลาต่อมา ตาเลยได้รับการยกวิทยฐานะเป็น "ผู้ใหญ่บ้าน" ก่อนสืบทอดให้ลูกชายคนนึงของตาซึ่งมีฐานะเป็นลุงของใจ และลุงอีกคนลูกของตาอีกรายเช่นกัน ลุงคนแรก ลูกชายคนโตของตา พี่ชายของแม่ ร่ำรวยพอสมควร ไม่เพียงแต่มีที่นาที่ตายกให้และหามาด้วยลำแข้งของตนเองแล้ว ลุงยังมีพื้นที่ข้างบ้านเป็นตลาดเช้า หากใครเคยดูทีวี หรือเคยเดินทางไปบ้านนอกแถว ๆ ภาคเหนือ คงนึกภาพบรรยากาศของตลาดเช้าแบบนี้ออกบ้าง หมอกลงหนา พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นให้แสงสว่างแก่ผู้คน แต่ชาวบ้านหลายคนก็มารวมตัวกันที่ตลาดเช้าของลุงกันแล้ว มีตะเกียงน้ำมันก๊าดขนาดเล็กส่องสว่างทั่วอาณาบริเวณ ใจและแม่ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มักไปใช้บริการตลาดเช้าของลุง เพื่อขายข้าวเหนียวสังขยาและขนมหม้อแกงแทบทุกวัน
แสงแดดเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้ามาแล้ว หนาวๆ แบบนี้แดดทำให้คนในตลาดอุ่นขึ้นบ้าง แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังดีกว่าที่ร่างกายของเราจะได้รับความอบอุ่นจากเพียงแค่เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอและหมวกไหมพรมที่สวมใส่อยู่หลายชั้น ตลาดเช้าของลุงพื้นที่ไม่กว้างนัก มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้วางเรียงหันหน้าเข้าหากันเป็นสามสี่แถว ทุกคนเอาของวางบนโต๊ะ คนซื้อเดินวนแต่ละแถวไปจนครบตามที่ต้องการ โต๊ะแต่ละจุดมักถูกจับจองการเป็นเจ้าของเป็นเวลานาน และเพื่อให้ลูกค้าจดจำได้ว่าใครขายอะไรตรงไหน โดยที่ลุงจะเดินเก็บค่าบริการ 2 บาทต่อรายทุกวัน เป็นแบบนั้นมาเสียนาน จนกระทั่งลุงเลิกให้บริการตลาดที่ว่า และพื้นที่ตลาดนั้นถูกปรับปรุงเป็นลานหน้าบ้านของลูกสาว ซึ่งขอลุงอีกคนมาเลี้ยง ทุกวันนี้ตลาดเช้าแบบนี้ไม่มีที่บ้านเกิดของใจแล้ว มีตลาดหน้าวัดที่ก่อสร้างด้วยคอนกรีตใหญ่ยักษ์มาแทนที่ ขณะที่บ้านหลังใหม่ของลูกสาวลุงก็ใหญ่โตมูลค่านับล้านบาท.... ความทรงจำเกี่ยวกับตลาดมันช่างมากมายในหัวใจ หนก่อนกลับบ้านไปพบตลาดไม้เก่าแก่ในประเทศลาว ซึ่งอยู่อีกฝั่งโขงของอำเภอที่อาศัยอยู่ เมื่อปีกลายไปเจอตลาดนัดแบบธรรมดาๆ อยู่บนถนนลาดพร้าว และไม่ว่าเมื่อไรก็อดนึกถึงตลาดเช้าของลุงทุกครั้งที่เอ่ยคำว่า "ตลาด" ขึ้นมา เคยคุยกับฝรั่งหลายคนเขามักบอกว่าเขาชอบตลาดนัดสวนจตุจักร เขามักเรียกมันว่า JJ ไม่ก็ weekend market คุยเมื่อไรเป็นได้ทำหน้าบาน แล้วบอกว่า "ของมันถูก" บางรายเคยซื้อกระเป๋าเพิ่มเพราะมาเจอของถูกในสวนจตุจักรนี่แหละ แต่สำหรับคนไทยแล้ว หากไปเมืองนอกก็มักจะสวนทางไปซื้อของมีแบรนด์ติดมือกลับมา หรือไม่ก็ซื้อของที่บอกว่าผลิตในไทยกลับมาด้วยก็มี ไปออสเตรเลียหนนี้ มีโอกาสได้ไปเดินตลาดที่ชื่อ กับเขาด้วย บอกตรงๆ ว่าไม่ได้เลือกเอง เพราะกำหนดการณ์ท่องเที่ยวระบุเอาไว้ว่าจะต้องมาที่นี่เป็นที่แรก จากรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวเป็นร้อย รวมกันแล้วหนาเกือบเท่ารายงานประจำปีของบริษัทขนาดเอสเอ็มอีกันเลยทีเดียว แถมยังเป็นการไปเดินตลาดแบบไม่ได้อาบน้ำ ใส่ชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน และมาเดินตลาดทั้งๆ ที่นั่งเครื่องมายาวนาน 10 กว่าชั่วโมงอีกต่างหาก ก่อนมาถึงตลาดที่ว่า ใจผ่านการนั่งเครื่องมาจากกรุงเทพฯ และมาลงจอดที่ซิดนีย์เป็นเวลาทั้งสิ้น 9 ชั่วโมง ก่อนตกเครื่องจากซิดนีย์มาเมลเบิร์นอีก 1 ชั่วโมง และนั่งรอต่อเครื่องถัดไปแบบไม่เสียตังค์..อยากให้ที่เมืองไทยเป็นแบบนี้บ้าง เครื่องมันว่าง หากตกเครื่องก็ให้นั่งฟรีสิ แทนที่จะให้ลูกค้าต้องเสียเงินจ่ายเองอีกหนึ่งรอบ...แอบบ่น... รวมเวลาการนั่งเครื่องจากซิดนีย์มาเมลเบิร์นวันนี้ รวมเวลาเดินทางมากกว่า 10 ชั่วโมงหนึ่งชั่วโมงหลังอุตลุด หัวซุกอยู่บนเบาะ ไม่สนใจใคร จนแสงแดดของเมลเบิร์นลอดผ่านหน้าต่างมาแยงตา ถึงได้รู้ว่ามาถึงเป้าหมายแล้ว ทั้งๆที่ชั่วโมงที่แล้วซิดนีย์ฝนยังตก จนแอบใจหายกลัวว่าเป้าหมายของการท่องเที่ยวจะฝนตกเหมือนที่ซิดนีย์ด้วย เคยได้ยินว่าฟ้าที่เมลเบิร์นเป็นฟ้า "ฟ้าเป็นฟ้า" ฟังแล้วแอบงงอยู่นานมาก จนมาเห็นด้วยตาตนเองเมื่อลงจากเครื่อง แอบแปรงฟันในห้องน้ำขาออก แล้วลากกระเป๋าขึ้นรถแล้วนั่นเอง ฟ้าไร้เมฆ...เป็นฟ้าที่เราหาไม่ได้ในประเทศไทย ยกเว้นในยามค่ำคืน บางครั้ง เราก็ไม่อาจจะมองเห็นเมฆ เพราะมันมืด....เมื่อฟ้าไร้เมฆา สายตาของเราก็จะเห็นแต่เพียงสีฟ้า ยิ่งฟ้าสีสด มันยิ่งเพิ่มทัศนะวิสัยที่น่ามองยิ่งกว่าที่ไหน จนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้ชอบอะไรที่เมลเบิร์นเลยยกเว้น "ท้องฟ้า"
เอาสมองกลับมาที่ Queen Victoria Market กันอีกครั้ง เขาว่ากันว่าตลาดแห่งนี้เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์และพุธ แอบถามไกด์ เขาบอกว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน คิดว่าคนขายคงอยากจะนอน ใจเลยไม่ถามอะไรต่อ เพราะคงไม่ได้อะไรจากผู้ชายคนนี้ ปล่อยให้เขาเดินไปเงียบๆ แบบนั้นน่าจะดีกว่าถามอะไรไป ตลาดกว้างพอสมควร มี tram หรือรถไฟรางตัดผ่านทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดังนั้นคนเดินทางมาที่นี่คงไม่ยากสักเท่าไร ที่ไหนมีรถไฟเราก็คงเดินทางไปได้ทุกที่โดยไม่ต้องกลัวหลง เอาแผนที่กางแล้วก็ปากกาจิ้มว่าจะไปไหนก็เท่านั้นเอง แต่เขาว่ากันว่าคนไทยกลัวแผนที่...อันนี้ท่าจริง??
ในตลาดไม่รกตาเหมือนกับจตุจักร แต่ผักสดก็สามารถขายวางอยู่ข้างๆ ร้านเสื้อได้ และมีขายลูกไก่ได้ทั้งๆ ที่ ร้านข้างๆ เป็นรองเท้า ไม่ต่างกันก็ตรงนี้ แต่ด้านหน้าส่วนใหญ่จะเน้นเป็นของฝาก ส่วนอีกอาคารด้านหลังตึกเก่าแก่พอกันเป็นส่วนติดแอร์ ขายพวกอาหารสด เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อสารพัดจะเนื้อ ตรงกลางคั่นระหว่างอาคารเปิดโล่งกับอาคารติดแอร์มีลานกว้าง เขาเอาเครื่องเล่นเด็กมาตั้ง พ่อแม่ยืนตากแดดรอลูกหลานเล่นเครื่องเล่นเป่าลมยางเข้าไปข้างในนั้น นอกจากนี้ถัดมายังมีฝรั่งหัวทองนั่งตากแดดฟังดนตรีกลางตลาดอีกด้วย เคยเห็นดนตรีในจตุจักรเหมือนกัน แต่เป็นดนตรีจำพวกเปิดหมวก หรือไม่ก็ลิเก มีกระดาษหนังสือพิมพ์หุ้มพลาสติกบอกว่ามีหนังสือพิมพ์มาถ่ายรูปและสัมภาษณ์การันตีของแท้หาดูได้ที่นี่ ..... หากจะถามว่า Queen Victoria Market น่าพิศมัยตรงไหน ก็คงเป็นตลาดเปิดขนาดใหญ่ หาซื้อของได้สารพัด ได้มาเดินดูว่าเขากินอะไร เขาขายอะไร และคนที่นี่เขาใช้ชีวิตในตลาดกันอย่างไร ในตลาดบางครั้งมันก็ไม่ได้เป็นเพียงตลาด แต่มันสะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นได้มากมายไป ไม่ได้ไปเดินหา จ่ายเงินแล้วเดินกลับเพียงเท่านั้น ใจไม่ได้อะไรจากที่นี่ติดมือกลับมาหรอก นอกจากรูปในการ์ดหน่วยความจำของกล้องดิจิตอล เพราะนอกจากจะถูกเร่งด้วยเวลา ซึ่งถูกเบียดเข้ามาเพราะตกเครื่องไปแล้วหนึ่งชั่วโมงและบวกกับการเดินทางมาเมลเบิร์นอีกหนึ่งชั่วโมง เวลาที่จะเดินในตลาดเลยหายไปหนึ่งชั่วโมงไปในทันที การเดินแบบเร่งๆ และแวะทานอาหารแบบธรรมดาๆ กลางตลาดจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้เร่งไปเสียจนไม่เห็นผู้คนเขากำลังสนุกสนานกับการชิมชีส หรือไม่เห็นว่ากล้วยที่นี่ หากเอามาทุบหัวกันเล่นมีหวังสลบกันแน่ หรือไม่ทันสังเกตเห็นว่าของฝากส่วนใหญ่เขียนเอาไว้ว่า "made in china" เสียมาก เพื่อนคนหนึ่งบอกว่ามันก็ผลิตจากจีนกันทั้งนั้น อยากให้ที่ตลาดแห่งนี้ติดบ้างว่า "china free" แบบที่ญี่ปุ่นเขากำลังนิยมกัน อยากรู้เป็นการส่วนตัวว่าร้านนั้นจะขายดีกว่าร้านขายของแบบเดียวกันแต่ติดว่าผลิตจากจีนไหม? เขียนถึง Queen Victoria Market ไปก็นึกถึงตลาดนัดจตุจักรไป อยากไปช็อปปิ้งมากมาย แต่แค่คิดว่าจะต้องไปเจออุณหภูมิร้อนรุ่น 40 องศาของหน้าร้อน ก็ขอนอนเอาพัดลมจ่อที่บ้านน่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่า ฝากไว้ก่อนละกัน.....ตลาดนัดของฉัน
ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่ดีเท่าที่บ้านเรา ขอให้ไม่ทะเลาะกันก็พอ....
コメントを投稿するには、お使いの Windows Live ID でサインインしてください (Hotmail、Messenger、または Xbox LIVE を既に使用している場合は、そのアカウントが Windows Live ID です)。サインイン
Windows Live ID をお持ちでない場合は、アカウントを新規登録してください。