รถแล่นผ่านหมู่บ้านที่มองแบบผ่านๆ นึกว่าอยู่แถวเชียงรายบ้านใจ
บ้านทรงชั้นเดียว มีประตู มีผู้คน และหมาระหว่างทาง ทำให้อดนึกถึงแถวบ้านไม่ได้
อดนึกถึงเสียไม่ได้ กับพ่อกับแม่ และพี่สาวทุกๆ คน
นึกถึงหมาหลังอานที่ชื่อ "พริกไทย" เอาแต่หวงกระสอบยัดปุยนุ่นที่นอนของมัน
นึกถึงหมามันนี่ หมาพันธุ์ปั๊ก ที่กลับบ้านทีไรก็นอนไม่หลับ เพราะมันกวน

แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาที รถก็เริ่มเร่งเครื่องจนเหม็นควันยิ่งขึ้น ทางยิ่งลาดชัดเข้าไปทุกที
ในเวลาเดียวกันถนนก็เข้าทางโค้งกันตลอดเวลา ไม่เพียงแต่ชันแต่มันยังโค้งด้วย
ผ่านมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว เริ่มเห็นว่ารถตู้อยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นมากเพียงใด
มองผ่านกระจกใสของรถบานใหญ่ เห็นว่าพระอาทิตย์เพิ่งจะโผล่พ้นหมอกหนามาอวดโฉม
ทะเลหมอกกับพระอาทิตย์สีแดงเหมือนไข่เค็ม รอบๆ เป็นภูเขาสูง ...สวยเป็นบ้า..
เริ่มเห็นความหวังแล้วล่ะว่า ซาปาคงจะสวยเหมือนพระอาทิตย์เช้านี้นี่แหละ
คุ้มเหนื่อยที่ต้องนอนรถไฟมานานเกือบครึ่งวัน และเห็นฝรั่งมันแก้ผ้านอนด้วย

รถวิ่งมาถึงซาปาแล้ว ที่รู้ว่าถึงซาปา ก็เพราะสังเกตจากสถานที่รอบข้างถนน
ช่างมันแตกต่างกับหมู่บ้านที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
ดูเป็นเมืองในหุบเขาที่เจริญกว่าเมืองอื่นๆ ที่ผ่านมาก่อนหน้าเป็นไหนๆ
รถวิ่งผ่านจุดศูนย์กลางของเมืองซาปาแล้วขึ้นเนินเขาผ่านเมืองมาไม่กี่ร้อยเมตร
ตรงจุดศูนย์กลางที่ทั้งอ่านหนังสือและอ่านในเว็บไซต์พบว่ามีตลาด มีผู้คนเยอะแยะ
มีโบสถ์เก่าสวยงาม และมีลานกว้างๆ เป็นดาวหลายแฉกเห็นได้จากไกล ๆ
รถมาจอดนิ่งตรงหน้าโรงแรมที่ดูเหมือนจะมีจำนวนชั้นมากกว่าใครเขาแล้วในระแวกนี้

เราได้รับการเช็คชื่อ และรับคูปองทานอาหารเช้าทุกมื้อระหว่างการพักที่นี่
อันนี้เป็นข้อสัญญาที่คุณต้องบอกเอาไว้ชัดเจนตั้งแต่ซื้อทัวร์
ต้องรวมค่าตั๋วไปกลับ ย้ำ...ไปและกลับ... ที่พักหนึ่งคืน ทัวร์สองวัน และอาหารทุกมื้อ

พนักงานโรงแรมบอกว่าให้ฝากของไว้ก่อนตรงนี้ แล้วชี้ไปที่ของกองอยู่ข้างเคาน์เตอร์
แล้วชี้มือลง บอกว่าให้ลงไปทานอาหารเช้า ล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำด้านหลังของห้องอาหาร
หลังจากนั้นให้มาเจอกันที่หน้าโรงแรม 9 โมงจะมีไกด์มารับเพื่อพาไปเดิน trekking ในวันแรก
นี่คือความชาญฉลาดของโรงแรมแถว ๆ นี้
เมื่อแขกมาถึงโรงแรมในช่วงเช้า แขกอีกกลุ่มหนึ่งยังไม่ออกจากห้อง หลายคนคงกำลังง่วนอยู่กับอาหารเช้า
เราต้องไปเข้าห้องน้ำสำรอง ห้องพักที่ควรจะได้เห็น ก็ยังไม่เห็นจนกว่าคนอีกกลุ่มหนึ่งจะออกไปก่อนเที่ยง
เพราะคนกลุ่มนั้นจะมีกำหนดไปเดิน trekking เหมือนกัน แต่คนละเส้นทางกับเรา
เขาจะต้องฝากของไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์เช่นกันและไปเดินเขา
เพื่อให้ตรงกับช่วงเวลาที่เราเดินเขาแล้วกลับเข้ามาเช็คอินในช่วงบ่าย ....
วนกันไปวนมา บริหารจัดการห้องแบบไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลยจากแขกที่มาถึง
เพราะมันทะลึ่งตรงตัวไปเสียหมด

หลังจากที่ซกมก ไม่ได้อาบน้ำมาตั้งแต่เมื่อวาน เพราะมันต้องรีบมาที่สถานีรถไฟ
เช้านี้ใจเลยต้องล้างเนื้อล้างตัวที่ห้องน้ำติด ๆ กับห้องอาหารของโรงแรม
แม้จะลำบากไปสักนิด แต่นี่แหละรสชาติชีวิตของการเดินทาง
นับว่าเป็นคำปลอบใจที่ดี ... ดูซกมกลำบากดี ไม่เป็นไร ทนได้

ออกจากห้องน้ำมา ใจเพิ่งสังเกตเห็นว่าไอกระจกหน้าห้องน้ำนั่น..แม้มันจะขุ่นๆ
แต่ก็เห็นท่าทางของคนข้างใน...แม้จะลางๆ แต่ก็เห็น...ฟะ เราทำอะไรตะกี้เห็นหม้ดดดดดด
ใจยืนสูดอาหารแถว ๆนั้นสักพัก ก่อนรอไปหม่ำข้าวเช้าในห้องอาหาร
ยืนคุยกับฝรั่งหลายคน ถามไถ่ถึงความเป็นไป ทำไมมาเที่ยวที่นี่
และส่วนใหญ่ก็มักจะตอบว่า มันสวยดี บางคนมาทุกปี บางคนเพิ่งมา และก็มักจะมาช่วงวันหยุดยาว

ซึ่งบ้านเราไม่มี แม้จะเป็นประเทศที่มีวันหยุดมากมาย
แต่เราก็สะสมรวมเอาไว้หยุดแบบว่า 20 หรือ 25 วันติดๆ กันไม่ได้
หยุดแบบนั้น เขาเรียกว่าหยุดยาว...หัวหน้าบอกให้ลาออกไปเลยเสียดีกว่า
ใจได้ยินเสียงคนไทยแว่วมาไกลๆ
เห็นแล้วใจชื้น หลังจากไม่เจอคนไทยมาหลายวัน
วันนี้ได้ยินเสียงคนไทยพูด เริ่มรู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย
อย่างน้อยคนไทยก็มาที่นี่ .... อย่างน้อยเราก็ไม่เดียวดายที่นี่