Namkhang さんのプロフィールที่ว่างของใจ フォトブログリストその他 ツール ヘルプ
    2006/10/31

    Day1 --- Auckland adventure

     

     


    ฟิลลิป พนักงานคนหนึ่งของบริษัทที่ฉันไปดูงาน อาสาเป็นพลขับสำหรับรถคันที่บรรจุเอาวัยรุ่น (เมื่อหลายปีที่แล้ว) อย่างพวกเราไปยังเป้าหมายที่เรียกว่า "agrodome" ที่อยู่ห่างออกไปจากที่พักอีกกว่าสองร้อยกิโลในเช้าตรู่ของอีกวัน หลังจากพ้นผ่านเวลาอันยาวนานของการเดินทางไกลไปแล้วหนึ่งทิวา

    ฝรั่งหน้าตาดี ชาวบัลกาเรียใส่เสื้อสีเขียว พูดสำเนียงอังกฤษปนท้องถิ่นบัลกาเรียดูแปลกหู เหยียบคันเร่งด้วยความเร็วคงที่ เสียยิ่งกว่าเกลือรักษาความเค็ม ฉันไม่เห็นเขาขับเกิน 70 สักหน แม้จะพ้นระยะห่างไกลสายตาผู้คนไปแล้วก็ตาม แต่นั่นเพราะว่าเส้นทางของการเดินทางมีกล้องแอบซ่อนเอาไว้ในซอกหลืบตรงไหนสักแห่ง คอยตรวจจับความเร็วของรถแต่ละคันที่แล่นผ่านไปมา ทำให้ใคร ๆ ก็ไม่กล้าจะใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดมากนักเพราะไม่รู้ว่าปลายทางจะเจอจับปรับอีกกี่เหรียญ

    ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนบนรถ เพราะตื่นตั้งแต่เช้า กินข้าวอิ่มก็ขึ้นมานั่ง อาการขี้เกียจสันหลังยาวเข้าสิงในทันทีที่ก้นโดนเบาะนุ่มๆ ของรถแบบแฟมิลี่หลายที่นั่งคันนี้ ยิ่งกว่านั้น อากาศในรถที่ออกจะอบอุ่นกว่าภายนอกที่หนาวๆ สลับกับฝนตก ทำให้คนขี้หนาวอย่างฉันถึงกับล้มพับเพราะความอบอุ่นของฮีตเตอร์ได้ง่ายๆ ยิ่งร่างกายมันรู้ว่าเวลาที่เมืองไทยในตอนนี้คือตีสี่ ยิ่งทำให้หัวสมองบอกว่านอนบนรถเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

    ฉันเป็นคนไม่ค่อยชอบชวนคนขับคุย เป็นคนนิสัยไม่ดีแต่ไหนแต่ไร เพราะเอาแต่คิดว่าที่นั่งซ้ายมือของคนขับ เป็นที่สำหรับเอาไว้นอนแบบยาวๆ ยิ่งทำให้ใครเขาไม่อยากเอาไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถกันสักเท่าไร ทำให้การนั่งหลังสุดของรถเป็นเรื่องที่ดีสำหรับฉันและคนขับ (นี่ไงละความลับที่ทำให้จนป่านนี้ยังเป็นโสด....) 

    ยิ่งสถานการณ์เช่นนี้ การให้พื้นที่ข้างคนขับแก่เพื่อนร่วมงานของฟิลลิป  ก็ยิ่งดูจะเหมาะกว่า เพราะว่าภาษาอังกฤษแบบที่คนฟังต้องเดาคำที่ผสมเอาไว้เป็นวรรค คงเป็นงานหนักของคนขับยิ่งกว่าการขับรถทางไกลแบบนี้เป็นแน่

    ฉันหลับๆ ตื่นๆ พอคุยกับเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ อีก 5 ชีวิตได้รู้เรื่องเป็นบางหน โดนฟิลลิปที่แอบมองจากกระจกหลังแซวเป็นระยะว่า ตื่นแล้วเหรออยู่บ้างเป็นบางครั้ง และยังทันได้มองเห็นว่าข้างทางมีแต่หญ้า...วัวและแกะอยู่หน่อยเป็นบางที กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถึงที่หมายในหลายชั่วโมงต่อมา

    agrodome ออกจะมีชื่อเสียงสำหรับที่ auckland ทุกๆ สถานที่จะมีแผ่นพับนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยววางเอาไว้บนชั้นเป็นจำนวนมาก นับร้อยๆ แผ่นให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการ และหนึ่งในนั้นก็ไม่พ้น agrodome ด้วย

    หากให้นิยามของคำว่า agrodome ก็คงประมาณว่าเป็นสถานที่ที่รวมเอาไว้ความเขียวสดของการเกษตร เหมือนกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบเราก็ไม่ปาน หนีกันไม่ห่างกันสักเท่าไร

    เขาว่ากันว่านิวซีแลนด์อยู่ได้ด้วยกิจกรรม out door โดยเฉพาะกิจกรรมหรือกีฬากลางแจ้ง เพราะว่าไม่มีพื้นที่มากมายนักสำหรับการปลูกพืชผัก ฝนฟ้าที่ไม่ค่อยเป็นใจ หนึ่งวันมีตั้งหลายฤดู ทั้งฝน ร้อนและหนาว สลับกันไปมา หากเป็นคนคงเรียกว่า "คนบ้า" ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ทำให้การปลูกผัก ผลไม้ หรือเลี้ยงสัตว์ทำได้เฉพาะบางอย่างที่เหมาะกับสภาพอากาศแปรปรวนแบบนี้

    ทำให้การท่องเที่ยวเชิงเกษตรหรือเชิงนิเวศน์ของ agrodome ค่อนข้างโดดเด่น บางที่มีเปิดให้ขับรถแทร็กเตอร์ เพื่อประสบการณ์ที่แปลกใหม่ของใครที่ไม่เคยใช้บริการแทร็กเตอร์เป็นพาหนะในการทำไร่นาหรือไม่เคยได้สัมผัสคันเร่งของมันมาก่อน บางที่มีเปิดให้ชมไร่สตอบอรี่ ไร่องุ่น ไร่เชอรี่ และอื่นๆ อีกมากมาย ว่ากันไปตามถนัดของแต่ละคน

    ด้านในของ agrodome ในเช้าวันนี้ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เล่นขนกันมาเป็นรถบัสคันใหญ่เบ้อเร่อ ส่งเสียงล้งเล้งๆ กันเต็มพื้นที่ ยิ่งกว่าเจ๊กตื่นไฟเสียอีก

    เราเบียดเสียดไปยืนของขอบของสนามหญ้าที่มีไม้ขนาดย่อมล้อมรั้วเอาไว้กันไม่ให้ใครหลุดลอดเข้าไปในรั้ว และกันไม่ให้เจ้าตัวที่ยืนอยู่ด้านในหลุดลอดออกมาภายนอกของรั้วไม้ด้วยเช่นกัน

    เมื่อคนดูพร้อม นักแสดงก็เปิดตัว หมาตัวขนาดย่อมกับเจ้าของตัวขนาดใหญ่ยักษ์ เดินออกมาทักทายคนดูที่รอชมกันอยู่แล้ว ทั้งคู่ไม่รอช้า สาธิตการให้หมาไล่ต้อนแกะในแต่ละแบบ ตั้งแต่ไล่ต้อนอ้อมรั้วเล็กด้านใน ข้ามสะพาน และเข้าคอก....

    อย่างหลังสุด เหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ เจ้าของเห็นท่าทางหมาคงจะเหนื่อย เลยปล่อยเลยตามเลย ไม่ต้องต้อนเข้าคอกซะอย่างนั้น ปล่อยให้มันนอนหมอบอยู่กับพื้น แกะก็คงงง ฉันทำไมไม่โดนต้อนเข้าคอก คนดูอย่างเราก็ออกจะสงสัย แล้วจะมาโชว์ทำไม ปล่อยให้อารมณ์ค้างอยู่ได้ ไม่ได้เข้าคอกก็ไม่จบการแสดงที่ดีสักเท่าไรสิเนี่ย.... ฉันเองแอบคิดในใจ คนฝึกน่าจะเปลี่ยนแผนใหม่ ฝึกแกะให้เข้าคอกเองน่าจะง่ายกว่า ฝึกหมาให้ต้อนแกะเข้าคอกแฮะ แหะแหะ .....

    จบจากการแสดงแกะที่ดูเหมือนจะไม่แฮปปี้เท่าไรนัก พวกเราก็ยกทัพกันออกจากที่นั่นไปต่อกันที่เล่น Zorb ... ฉันเคยเห็นแต่ในทีวีที่มีดาราหน้าตาหล่อเหลา พาคนดูอย่างเราไปดูสถานที่ท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ มีเล่นกันหลายอย่างและเหมารวมเอา Zorb เข้าไปด้วย

    Zorb เป็นลูกพลาสติกกลมๆ ใหญ่ยักษ์ ข้างในกลวง กว้างพอให้คนสี่ห้าคนเข้าไปนั่งหรือยืนในนั้นได้ คนนิวซีแลนด์หัวใส คิดคนให้คนเข้าไปอยู่ข้างในลูกพลาสติก แล้วปิดฝา ปล่อยให้มันหมุนกลิ้งตกลงมาจากเขา....แล้วค่อยเปิดให้ออกมาชมโลกเมื่อถึงก้นเขา..แค่เห็นในทีวีก็ตื่นเต้นพอประมาณแต่พอจะเล่นเข้าจริงยิ่งๆ ตื่นเต้นกว่า โดยเฉพาะเวลาที่จะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า....

    อย่าได้สงสัย ไม่ได้อ่านผิดประการใดเลยครับท่าน การเล่น Zorb ที่ดี ต้องเอาน้ำใส่เข้าไปข้างใน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวคนเล่นบาดเจ็บเพราะถูกพลาสติกเสียดสีเอาได้ แต่การใส่น้ำเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมนี่แหละ เป็นสาเหตุทำให้คนเล่นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นแบบกันน้ำ เหมือนชุดประดาน้ำ แต่เป็นกางเกงขาสั้นและเสื้อแขนสั้นแทน ....

    การเดินทางมาแบบไม่ได้รู้ว่าจะต้องมาเล่นเครื่องเล่นที่มีน้ำข้างใน สุดท้ายก็เลยต้องมาลงเอยการ....No bra.....แบบว่า ถอดชุดชั้นในออกหมด แล้วใส่แต่ชุดของเค้าที่เตรียมไว้ให้แทน....เพราะว่าไม่ยังงั้นมันก็จะเปียกไม่มีให้ใส่กลับไปที่พักอีกเป็นแน่ ....ตื่นเต้นตั้งแต่ก่อนเล่น ตอนเล่นจริงๆ คงยิ่งกว่า

    เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว พวกเราทั้งหมดถูกลำเลียงขึ้นรถกระบะสีขาวเพื่อพาขึ้นไปยังบนเนินเขา จุดปล่อยลูกพลาสติกให้กลิ้งตกลงมาเบื้องล่าง พนักงานคนขับเหลือร้าย ขับขึ้นเขาแบบปาดไปปาดมา ทำเสียวทั้งเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาแบบที่คนธรรมดาเขาไม่ทำกัน จนรุ่นพี่คนนึงหลุดปากออกมาว่า เราขอแค่นั่งบนรถที่ก็คงพอละ ไม่ต้องถึง Zorb ก็สนุกและเสียวได้....

    ฉันถูกจับคู่กับเพื่อนนักข่าวชายอีกคนหนึ่ง เรากลิ้งลงมาข้างหลัง ชนิดที่ฉันกรี๊ดไม่ลืมหูลืมตา ไม่รู้ว่าเท้ากับหน้ายันกันไปบ้างหรืออย่างไรบ้าง เมื่อเอาตัวออกมาจากลูกกลมๆ ได้ก็เล่นเอามึนๆ ไปเล็กน้อย แต่ในใจก็นึกอยากให้เนินนั่นมันมีระยะทางยาวและสูงกว่านี้อีกสักหน่อย คงกลิ้งได้สนุกกว่านี้อีกหลายเท่า .....

    ต่อจาก Zorb ยังไม่จบการผจญภัย พวกเราไปต่อที่เครื่องเล่นสุดเสียวที่สุดของ agrodome ....บันจี้จัมพ์.....ใช่แล้ว มันคือบันจี้จัมพ์....ฉันเห็นมันแต่ไกล ยิ่งใกล้เข้าไป ใกล้เข้าไป หัวใจก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม สุดท้ายก็เลยไม่มีใครตัดสินใจเล่นสักคน ยกเว้นพวกเราคนไทยสี่คน ที่ตัดสินใจลิ้มรสสิ่งที่เป็นน้องๆ ของบันจี้จัมพ์ที่เรียกชื่อว่ากัน "Swoop" ปล่อยให้เพื่อนฝรั่งที่อาสาพาเที่ยวยืนมองเพราะไม่อยากลองความเสียวแบบพวกเราเสียอย่างนั้น

    Swoop เป็นเครื่องเล่นที่ให้ครึ่งตัวของผู้เล่นเข้าไปอยู่ในถุง แขนทั้งสองข้างคล้องกับสายคล้ายๆ กับสะพายกระเป๋าเป้ ด้านหลังของถุงผูกติดกับเชือกสามเส้น เส้นหนึ่งผูกติดกับกระเช้าสูงที่ใช้สำหรับพาคนไปกระโดดบันจี้จัมพ์ เพียงแต่ว่า.....มันเป็นระยะความสูงที่สูงกว่าบันจี้จัมพ์ที่ผูกขาทั้งสองข้างของคนเล่นเอาไว้เพียงอย่างเดียว

    พนักงานที่ดูแล บอกกับเพื่อนผู้ชายที่เล่นพร้อมกับฉันว่า...หากเขานับ  1 2 3 เสร็จเมื่อไรให้กระตุกสายที่อยู่ด้านข้างลำตัวของเขาทันที โดยที่เราทั้งสองก็ไม่ได้รู้เลยว่า...มันคือวิธีการฆ่าตัวตายตัวเราเองในเวลาต่อมา......เพราะสายที่ว่ามันทำหน้าที่ ปล่อยตัวเราทั้งสองให้หลุดออกจากการเชื่อมต่อกับกระเช้า แบบที่ปล่อยให้สายหลุดออก และให้อีกสองสายด้านข้างทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของเราเมื่อถึงจุดสิ้นสุดความยาวของสาย....มันเหมือนกับปล่อยให้อะไรปล่อยหลุดออกจากตึกสูงแบบตรงๆ ไม่เด้งแต่แกว่งทันทีที่สิ้นสุดสาย ยังกับจะฆ่าตัวตาย.....

    ฉันจำไม่ได้ว่าความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง เพราะหัวสมองและหัวใจมันสั่งงานแค่บอกว่า กรี๊ดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และฉันก็ทำได้ดี กรี๊ดลั่น...จนรู้สึกเหมอืนกับว่าน้ำลายไหล....ไม่รู้ไปโดนคนข้างๆ บ้างหรือเปล่า....

    ที่นั่น ณ เวลานั้น ฉันไม่คิดถึงใครสักคน มันไม่ทันได้คิด เอาแต่กรี๊ด กรี๊ด....พี่อีกคนทำหน้าที่ถ่ายภาพอยู่ข้างล่าง บอกว่า หน้าตาน้ำค้างบกบอกได้ว่า...มันน่ากลัวมาก ....ดีมากเลยที่พี่ไม่เล่น.......

    ฉันลงมาแบบขาสั่น ในใจก็พลันคิดว่า ไวกิ้งกับเฮอริเคนที่เจอมาสองเดือนซ้อน ก่อนมาเจอ Swoop ที่นิวซีแลนด์ มันแค่ของเด็กเล่นดีๆ นี่เอง แม้จะใช้ลองซ้อมให้เกิดความเสียววาบก่อนบ้าง แต่พอมาเล่น Swoop กลับพบว่า ไอ้ทั้งสองอย่างที่ดรีมเวิร์ล เทียบไม่ได้เลยสักนิด.....แค่คิดก็สยอง พ่อกับแม่รู้เข้าคงด่าเปิง ลูกสาวฉันมันเล่นไปได้ยังไง.....เสียดายที่เลี้ยงมา....อย่ามาเถียง....เพราะมันเสี่ยงเกินไป เสียดายข้าวสารที่เอาใส่ปาก อุตส่าห์เลี้ยงมาตั้งนานยังไงละ

    มันผ่านไปแล้วค่ะแม่ เพราะต่อจากนี้ หนูก็หนีไปเล่นขับรถลงภูเขาต่อแล้วแหละ เรานั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไป และขับรถลงเขา แต่นั่งกระเช้าแบบโล่งๆ โปร่งๆ กลับขึ้นเขาพร้อมรถของเราที่ขับไปอีกครั้ง....

    จริงๆ แล้วกระเช้าไฟฟ้านี่มีชื่อว่า Gondola ขณะที่รถบังคับด้วยมือคันจิ๋ว ปล่อยให้มันวิ่งตามทางคดเคี้ยวลงเขานี่เรียกว่า Luge ทั้งสารถีและไกด์จำเป็นซื้อแพ็กเก็จแบบเล่น Luge ได้ 5 รอบและนั่ง Gondola ไปกลับได้ครบถ้วน เพราะคำนวณแล้วประหยัดกว่าหากต้องการเล่น Luge อีกหลายรอบ

    ฉันเล่น Luge ได้เพียงรอบเดียว เพราะต้องนั่งกระเช้าแบบโล่งๆ ที่เรียกกันว่า chair lift กลับขึ้นเขามาเพียงลำพัง เพราะดันขับ Luge ช้ากว่าใครเพื่อน นั่นแหละเป็นสาเหตุ ....มันโล่งเกินไป....ที่จะบังคับตัวเองไม่ให้เห็นด้านล่างได้ ...ทั้งๆ ที่เทียบกับ Swoop แล้ว กระเช้าแบบนี้มันดูไม่ได้มีพิษสงอะไรเอาเสียเลย แต่แม้มันจะไม่ทำให้น่ากลัวมากมายสำหรับใคร แต่สำหรับฉันในวันนั้น มันก็พิเศษไปเสียแล้ว เพราะมันทำให้ฉันหยุดเล่นเครื่องเล่นและหันไปนั่งกินช็อคโกแลตร้อนและขนมหวานแทนนั่งรอเพื่อนๆ คนอื่นเล่น Luge ติดต่อกันอีกหลายรอบแทน.....

     

    コメント

    しばらくお待ちください。
    入力されたコメントは長すぎます。短くしてください。
    何も入力されていません。もう一度やり直してください。
    現在、コメントを追加できません。後でもう一度やり直してください。
    コメントと書くには、保護者 (ほごしゃ) の方の許可 (きょか) をもらってください。許可をリクエストする
    保護者 (ほごしゃ) の方が、あなたがコメントを書けないようにしています。
    現在、コメントを削除できません。後でもう一度やり直してください。
    1 日に投稿できるコメントの最大数を超えました。24 時間経過してから、もう一度やり直してください。
    あなたが他のユーザーに対して迷惑行為を行っている可能性があると確認されたため、お使いのアカウントによるコメントの投稿を無効にしています。誤って無効にされたと思われる場合は、Windows Live のサポートにお問い合わせください。
    コメントを投稿する前に、以下のセキュリティ チェックを完了してください。
    セキュリティ チェックに入力する文字は、画像に表示されている文字または音声で流れた文字と一致していなければいけません。

    コメントを投稿するには、お使いの Windows Live ID でサインインしてください (Hotmail、Messenger、または Xbox LIVE を既に使用している場合は、そのアカウントが Windows Live ID です)。サインイン


    Windows Live ID をお持ちでない場合は、アカウントを新規登録してください。

    トラックバック

    この記事のトラックバックの URL は次のとおりです。
    http://nujai.spaces.live.com/blog/cns!9613CAD0346BBBDF!1322.trak
    この記事を参照しているブログ
    • なし