Namkhang さんのプロフィールที่ว่างของใจ フォトブログリストその他 ![]() | ヘルプ |
|
2006/10/31 auckland ดินแดนแห่งการผจญภัย
เสียงพนักงานชายหนุ่มที่ฟังแล้วทุ้ม นุ่มหูจนหากปิดตาไม่ชายตามองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่ห่างจากระยะที่นั่งรอของผู้โดยสารกับเคาน์เตอร์เก็บตั๋วก่อนเข้าเครื่องบินไม่กี่สิบเมตร แล้วลองเอาแต่หูทั้งสองข้างฟัง คงอดจินตนาการไม่ได้ว่าน่าจะหล่อเหลาสุดๆ ประกาศดังก้องไปทั่วฮอลล์กว้าง gate 6 ของสนามบินสุวรรณภูมิ
ฟังจนจบ พอจับใจความได้ว่า เที่ยวบินที่ 0989 มุ่งหน้าจากกรุงเทพฯ ไปยังเมือง auckland ประเทศนิวซีแลนด์ ด้วยเครื่องบินยี่ห้อแอร์บัสรุ่น A340 เครื่องบินโดยสารลำยักษ์สุดของสายการบินพริ้วอย่างกับผ้าไหม (ที่คนไทยไม่ค่อยจะได้ซื้อใช้เพราะมันแพงหูฉี่เหมือนผ้าไหมชั้นดีผืนหนึ่ง) อาจล่าช้ากว่ากำหนดเดิมอีกชั่วโมงกว่าๆ เพราะว่า....เครื่องยนต์ขัดข้อง....
ไฟร์ทดีเลย์ เป็นเรื่องที่มาควบคู่กับการเดินทางด้วยเครื่องบินเสมอ คงพอๆ กับการเรอที่มาพร้อมกับการกินโค้กและแป๊บซี่มากไปตอนท้องว่าง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ใครทำอะไรบนเครื่อง เก็บของไม่ทัน หรือมันเป็นเพราะเครื่องยนต์ แต่บทสรุปอยู่ที่ว่า การเดินทางจะล่าช้าจากเวลาที่กำหนดเอาไว้อย่างแน่นอน ... ครั้งนี้ก็เช่นกัน การเดินทางของฉันไปยัง auckland ซึ่งต้องถึงที่หมายในเวลา 10 โมงเช้าของอีกวันหนึ่ง ก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นอีกชั่วโมงหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้....คนรอก็รอไป ไม่มีโอกาสได้รับรู้ข่าวสารจากคนไทยที่กำลังเดินทางว่าเครื่องบินมันจะบินช้ากว่ากำหนดไปอีกหนึ่งชั่วโมง
โค้กกระป๋อง น้ำเปล่า แซนวิชชีสและแฮม ถูกขนมาเลี้ยงผู้โดยสารในเวลาต่อจากนั้น เพราะหากเป็นเวลาที่เข้าไปนั่งในเครื่อง หลายคนก็คงได้กินอิ่มเพราะสายการบินเลี้ยงอาหารเย็นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เสียงประกาศให้ไปรับอาหารว่างดังขึ้นไม่เสร็จ คนนับร้อยก็ทยอยไปต่อแถวยาวเหยียดรอรับอาหารว่างที่ว่า พาลทำให้นึกถึงเมื่อครั้งเมื่อต้นปีที่สิงคโปร์...ไฟร์ทหนึ่งของการเดินทางกลับมาจากสนามบินซางฮี ที่สิงคโปร์ด้วยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ กลับสู่เมืองไทยในช่วงเย็นของวัน
ขณะที่ผู้โดยสารเตรียมออกเดินทางกันหมด ประตูเครื่องปิด กัปตันก็ประจำที่เป็นที่เรียบร้อย คล้อยหลังไม่กี่นาทีก่อนบิน เสียงประกาศก็ดังขึ้น ให้ออกจากเครื่องทุกคน และเอากระเป๋าของตนเองบนที่เก็บเหนือศรีษะออกไปด้วย
ผู้โดยสารโห่ร้องทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ ก็เพราะฉันนั่งรัดเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว ให้เดินออกไปเข้าแถวกันใหม่อีกรอบ ก็แปลกไม่ใช่น้อย แต่ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ใคร ๆ ก็ต้องยอมลงจากเครื่องอย่างปฏิเสธไม่ได้
ห้องอาหารชั้นสองของสนามบินถูกเหมา ให้พวกเราไปนั่งดื่ม กิน กันฟรี ตลอดระยะเวลาของการดีเลย์ที่ห่างออกไปอย่างไม่มีกำหนด เป็นการชดใช้ที่คุ้มค่าการดีเลย์ที่ถือว่าน่าพอใจที่สุดเท่าที่เคยพบมา
แค่ได้กินไอศครีมยี่ห้อ Ben and Jerry ที่แพงชนิดที่เห็นแล้วก็ต้องหันไปหาวอลล์ทุกครั้ง และกินอะไรอีกก็ได้ แค่โชว์หางตั๋วเครื่องบิน ก็ถือว่าคุ้มสำหรับฉันในเวลานั้นแล้ว
สำหรับเวลานี้.....น่าเสียดายที่โค้กในมือยังไม่หมดกระป๋อง พนักงานชายคนเดิมก็เรียกให้ผู้โดยสารทุกคนขึ้นเครื่อง ฉันเพิ่งกัดแซนวิชไปได้แค่สองคำ....รอยหยักของฟันเหล็กที่ประทับไว้บนแซนวิชชีสยังหลงเหลือหลักฐานให้เห็นกันอยู่จะจะ น่าแปลกใจที่เอาขนมกับน้ำมาแจกตอนที่คนนั่งรอไปแล้วเกือบชั่วโมง และเหลือไม่กี่นาทีก็จะขึ้นเครื่องกันแล้ว....
แต่นั่นก็ผ่านไปแล้ว เวลานี้ฉันก็มานั่งในเครื่องบินสีม่วงขาวกันแล้วนี่นา กัปตันบอกว่า เราจะใช้เวลาบินทั้งสิ้น 11 ชั่วโมงกับอีกไม่กี่นาที แบบไม่แวะพักที่ไหนเลยสักสถานี ไม่ต้องเติมน้ำมัน เพราะเครื่องบินลำใหญ่ สภาพอากาศของท้องฟ้าโปร่งใส อย่างไรก็ตาม เราขอให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดทุกครั้งที่นั่งอยู่กับที่นั่งโดยสาร..... เขาว่าอย่างนั้น
จำไม่ได้ว่าบินผ่านเมือง หรือประเทศอะไรบ้าง ฟังกัปตันไม่ทัน แต่คงประมาณว่า....บินผ่านเวียดนาม เข้าประเทศอะไรไม่รู้ ผ่านซิดนีย์ และไปจบตรงที่เกาะนิวซีแลนด์ ที่ดูจากแผนที่แล้วเป็นแนวยาวยังกับขอนไม้มีรอยแยกตรงกลางลอยน้ำอยู่กลางมหาสมุทธแปซิฟิกแปซิฟิก
บรรยากาศบนเครื่องก็เหมือนเดิมทุกครั้ง พนักงานโดยสารบนเครื่องบินที่กินเงินเดือนแพงกว่านักข่าวอย่างฉันหลายเท่าตัว เริ่มต้น เสิร์ฟผ้าร้อนเช็ดหน้า เช็ดมือ หรือว่าจะใช้เช็ดโต๊ะก็คงแล้วแต่จุดประสงค์ของผู้โดยสาร ตามมาด้วยเสิร์ฟน้ำดื่ม ของขบเคี้ยว สักประเดี๋ยวก็มีอาหารให้เลือกทาน และตบท้ายด้วยการถามว่า "coffee or tea?"
ชั้นหลับเป็นตายหลังจากมื้ออาหารจบลง โดยไม่ทันรู้ตัวว่าถาดอาหารที่อยู่ตรงหน้าถูกเก็บไปเมื่อใด แต่ใครเป็นคนพับโต๊ะหน้าที่นั่งให้ มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่พนักงานสะกิดถามให้รับผ้าร้อนรอบสอง ก่อนทานอาหารและหลับใหลแบบเดียวกัน จนเครื่องร่อนลงจอดอย่างปลอดภัยกันทุกคนที่สนามบินนานาชาติ auckland ในช่วงบ่ายของอีกวันถัดไป....
นี่ไง auckland เมืองทางเหนือของนิวซีแลนด์ ที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นแดนสวรรค์ของนักผจญภัย ใครอยากอึ้ง ทึ่ง และชอบเสียวๆ ให้หันหลังเลี้ยวมาที่นี่ได้ .... 4 วันนับจากนี้จะเป็นยังไง โปรดติดตามตอนต่อไป ... อนุญาตให้กระพริบตากันก่อน เพราะว่า มันคงห้ามกันไม่ได้ การกระพริบตาเป็นปฏิกิริยาต่อต้านของร่างกาย ที่ใช้เพื่อป้องกันอะไรก็ตามที่จะเข้ามารังควานลูกกะตาดำและขาวทั้งสองข้าง.....ที่สำคัญ ตัวหนังสือก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน กระพริบตาเสร็จก็กลับมาอ่านกันต่อไป ... ไม่ว่ากัน ....
トラックバックこの記事のトラックバックの URL は次のとおりです。 http://nujai.spaces.live.com/blog/cns!9613CAD0346BBBDF!1321.trak この記事を参照しているブログ
|
|
|