
สวยไหมละ เหมาะกับการไปยืนแอ๊คถ่ายรูปไม่น้อยนะนี่
จะว่าเป็นการฆ่าเวลาก็ไม่ผิดไปจากนี้สักเท่าไรนัก
เพราะใจเดินเรื่อยเปื่อยมาตั้งแต่ต้นถนนข้าวสารฝั่ง สน. ชนะสงคราม
จนมาถึงซอยซันเซท เดินทะลุเข้าไปจนสุดซอย
ก็เจอกับ "สตาร์บัคส์" สาขาที่ 44 ในประเทศไทย
วันนี้ใจไม่ค่อยสบาย แต่ก็ยังต้องไปส่งพี่สาวที่สนามบิน
ร่างกายรู้สึกว่าเรียกร้องของอุ่นๆ อย่างช็อกโกแลต ซิกเนเจอร์ ร้อนมากกว่ามอคค่าอย่างที่เคย

ช็อกโกแลต ซิกเนเจอร์ ร้อน...
รสชาติเข้มข้นสุดในบรรดาเมนูช็อกโกแลตของสตาร์บัคส์
ทั้งๆ ที่ แวะมาที่สตาร์บัคส์สาขานี้หลายหน
และก็เคยสงสัยมาตลอดว่าบ้านหลังเก่าซึ่งแปรสภาพมาเป็นร้านกาแฟสีเขียวดำนี้มีประวัติแต่ใดมา
แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะหาคำตอบมาเลยสักครั้ง
วันนี้เลยถือโอกาสไปนั่งอ่าน และหาข้อมูลว่า...สรุปเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่
พี่อี๊ด รุ่นพี่หนังสือเดียวกัน ปัจจุบันย้ายไปทำงานที่อื่นแล้ว
เคยเขียนถึงสตาร์บัคส์สาขานี้เมื่อ 4 ปีก่อนว่า
ขณะนั้นบ้านเก่าหลังนี้อายุปาเข้าไป 97 ปีแล้ว
(หากนับจนถึงตอนนี้ก็คงจะอายุ 101 ปีเห็นจะได้)


บ้านหลังนี้ผู้เป็นพ่อของคุณหญิงเชย กฤตราชทรงสวัสดิ์
ซึ่งในขณะนั้นดำรง ตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากรของไทย
ได้มอบบ้านหลังนี้ให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน เมื่อปี พ.ศ.2450
มันยังคงตั้งอยู่ที่เดิม โดดเด่นอยู่กลางตรอกข้าวสาร
จนกระทั่งคุณหญิงถึงแก่กรรมในเดือนเมษายน พ.ศ.2537
บ้านหลังเก่าจึงตกมาถึงมือของ กฤต ไกรจิตติ ผู้เป็นหลานชาย
ต่อมาบริษัทสวัสดีกรุ๊ปได้ติดต่อเข้าเช่าทั้งที่ดินในซอยซันเซ็ท
รวมถึงตัวบ้านหลังเก่านี้เพื่อพัฒนาพื้นที่ธุรกิจ


ส่วนสตาร์บัคส์ก็รับช่วงต่อของการเช่าในส่วนของลานหน้าบ้าน
และส่วนของชั้นหนึ่งเพื่อทำเป็นร้านกาแฟของตนเอง
ส่วนชั้นบนใจเคยไปเยือนหนึ่งหน
บริษัทสวัสดิกรุ๊ป ใช้เป็นสถานที่แสดงผลงานทางศิลปะหรืออาร์ตแกลลอรี่นั่นเอง
ว่ากันว่าบ้านหลังนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน
ถ้าใครเดินเข้าไปจะเห็นรูปแบบของการออกแบที่เรียกว่า
อิตาเลียนในสไตล์อาร์ต นูโว และอาร์ตเดค


นอกจากนี้ภายในตัวบ้านยังรวมเอาไว้ด้วยงานศิลปะมากมาย
ซึ่งแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปร่วมร้อยปี แต่ยังคงทิ้งร่องรอยส่วนใหญ่เอาไว้
ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะของ คอร์ราโด เฟโรจี
หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "ศิลป์ พีระศรี"
รวมถึงงานปูนปั้น ลวดลายที่ปรากฎบนเพดานบ้านยังวาดด้วยมือของเจ้าของบ้านเอง



แต่ส่วนของการออกแบบสตาร์บัคส์นั้น มี จอห์น ศรีประดู่ เป็นผู้รับโจทย์ต่อมา
และการออกแบบก็เป็นอย่างที่เห็น ตัวบ้านสีเหลืองในโทนที่คนเห็นก็ต้องหยุดมอง
มีป้ายสตาร์บัคส์ห้อยอยู่ด้านหน้าเด่นหรา
เปิดเข้าไปก็เจอเคาน์เตอร์ และพนักงานต้อนรับ
เดินเลยเข้าไปจะเป็นส่วนของห้องนั่งจิบกาแฟ
มันบันเทิงเริงใจก็ตรงนี้แหละ
บางทีเราก็ไม่ได้เพียงแต่จะดื่มด่ำรสชาติของเครื่องดื่มและอาหารเพียงอย่างเดียว
แต่เรากำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบข้างด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้
เคยได้ยินเขาว่า
ข้าพเจ้ามิได้ชมชอบรสชาติของสุรา หากแต่ชื่นชอบบรรยกาศของการร่ำสุรา
ก็เห็นจะเป็นจริงอย่างนั้น ....