Namkhang 的个人资料ที่ว่างของใจ 照片日志列表更多 工具 帮助

日志


2008/9/15

พิซซ่าเกาะลันตา

 


lanta3

ตั้งแต่มาทำงานอยู่ในย่านถนนพระอาทิตย์
ชีวิตของใจก็มีโอกาสได้รู้จักกับ "พิซซ่าเกาะลันตา"

ใจและเพื่อนร่วมงานใช้พิซซ่ายี่ห้อนี้ในการแก้เบื่ออาหารไทย อาหารญี่ปุ่น และอาหารเวียดนามอยู่บ่อยครั้ง
(แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็คงจะทานพิซซ่าทุกวันไม่ได้เป็นแน่ ...เพราะมันเลี่ยน)

lanta2lanta1lanta11

วันนี้ก็เช่นกัน ใจและเพื่อนร่วมงานเดินเท้าออกจากออฟฟิศ
เลี้ยวเข้าตรอกโรงไหม ซึ่งอยู่ด้านหลังของวัดชนะสงคราม
หากใครมาทางตรอกข้าวสารหรือบางลำพู ฝั่งที่จะทะลุตรอกโรงไหมคือ
ซอยรามบุตรี หลังวัดชนะสงครามสงครามเช่นกัน
เดินเท้าเข้าไปที่โรงแรมขนาดเล็กที่ชื่อ "O Bangkok"
ด้านล่างของที่นี่เป็นที่ตั้งของร้าน "พิซซ่าเกาะลันตา"
ซึ่งแต่เดิมร้านนี้อยู่อีกที่ เขาเพิ่งย้ายมาเมื่อปีกลาย
ใครเคยมาแต่ก่อนเก่า ก็ให้เข้าใจกันว่าเขาย้ายมาอยู่ตึกถัดมาไม่กี่สิบเมตร

lanta7lanta5

ใจมาทานพิซซ่าที่นี่หลายหน แต่ยังไม่มีโอกาสได้เจอเจ้าของสักที
อยากจะถามประวัติความเป็นมา และแหล่งของสูตรพิซซ่าเตาถ่าน
ขอบบางกรอบของเขาว่า "ท่านได้แต่ใดมา"
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเขา เลยไม่มีประวัติมาฝาก แปะเอาไว้ก่อนละกันนะ

lanta6

แต่ใจเคยอ่านเจอว่า สาขาแรกของพิซซ่าเกาะลันตามาจากเกาะลันตา จังหวัดกระบี่นั่นเอง
ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องการทำพิซซ่าด้วยเตาถ่าน ขนมปังก็อบด้วยเตาถ่าน
ขอบพิซซ่าบางมาก และก็กรอบ ใครเคยเจอพิซซ่าแป้งหนาเป็นนิ้ว คุณจะไม่เจอที่นี่

lanta8lanta4

นอกเหนือจากเมนูพิซซ่าหลากหลายหน้า ขนมปังสารพัดอย่างแล้ว
ยังมีสลัดสารพัดแบบ ลาซานญ่า สปาเก็ตตี้ และอีกหลายเมนูอาหารอิตาเลียน
ลองแวะเวียนไปกันได้ ... ลองออกจากร้านพิซซ่าแบรนด์นอก
แล้วไปหย่อนก้นที่พิซซ่าเกาะลันตาดู ว่าจะชอบไหม
ไม่ต้องไปไกลถึงกระบี่...ไปที่นี่แหละ ตรอกโรงไหม ไปชิมกันดู อร่อยดี



ปล. นี่คือโฉมหน้ามนุษย์โลกที่แวะไปหม่ำพิซซ่าเกาะลันตากันวันนี้ (ใจดูอ้วนตั้งแต่ยังไม่ได้ทานเลย 555)


lanta9



2008/8/12

ชวนกิน Falafel

 

bread12
หน้าตาของ Falafel

เรื่องต่อเนื่องจากเมื่อวันก่อน
เมื่อครั้งที่ใจแวะไปเดินถนนข้าวสาร เพื่อมองหา Airport Bus เดินทางไปยังสุวรรณภูมิ

ระหว่างรอการเดินทางอยู่นั้น
นอกเหนือจากใจจะแวะไปนั่งสตาร์บัคส์แล้ว
ยังใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงนั้น มองหารองท้องก่อนด้วย

เดินอยู่ตั้งนาน ใจก็มาสะดุดตากับอาหารตะวันออกกลาง
ที่เขาเรียกกันว่า "Falafel"

bread1 
เครื่องเคียงสารพัดอย่าง มีพริกแบบว่าแดงๆ พร้อมความร้อนแรงด้วย

หลังจากใช้ความพยายามด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าร้านหลายรอบ
ป้าเจ้าของร้านก็ชักชวนให้ทดลองหม่ำ
ด้วยราคาต่อชิ้นที่ 60 บาท

bread2 bread3
เห็นป้าเขาบอกว่ามันเป็นอาหารของตะวันออกกลาง
ไม่เพียงแต่มีกลิ่นเครื่องเทศนำแต่ยังเป็นมังสวิรัตอีกด้วย

Falafel ไม่เหมือน Kebab ที่แป้งจะบางและอาศัยมีดคมๆ เฉือนเนื้อมาห่อหุ้มแล้วใส่ซอสราดทับ
แต่เพราะ Falafel เหมือนกับขนมปังชิ้นหนา
ด้านในจะมีถั่วแขกผสมกับเครื่องเทศ คลุกเคล้ากับแป้งแล้วทอดกรอบ
พนักงานจะใส่ซอส มายองเนสอะไรประมาณนั้นเข้าไปด้วย
แล้วเราก็หยิบผักใส่เองตามใจชอบ

bread4bread10
 

ก่อนหน้าที่ใจจะตัดสินใจ ก็เห็นฝรั่งชายหญิง
ยืนอยู่ข้างหน้าร้าน ถือ Falafel  อยู่ในมือคนละอัน
กัดคำก็เอาคีมคีบผักใส่ไปอีก
ทำแบบนั้น ... ใจว่าคงอิ่มพิกล

bread6 bread7
bread8 bread9
  

มาถึงตอนนี้พนักงานทำ Falafel ชิ้นของใจเสร็จแล้ว
ใจก็เลือกใส่ผักกระหล่ำดอง แตงกวาดอง และก็ผักสดอีกหลายแบบ
กัดได้คำสองคำ ป๊าดดดดดดดดด กลิ่นของเครื่องเทศแรงเอาการ

bread11bread5

ใจทานได้แค่นั้น กลิ่นมันอาจจะไม่เหมาะกับใจ
แต่หากใครที่อยากจะทดลองทานอาหารที่ผิดแผกไปจากอาหารไทย
นอกเหนือจากอาหารจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น และเกาหลี
ใจแนะนำให้ไปทดลองหา Falafel  ทานที่ถนนข้าวสารดู
อยู่ข้างๆ สน.ชนะสงคราม หาไม่ยากเย็นอะไร...ลองไปหาดู...

2008/8/10

"สตาร์บัคส์" สาขา 44 ที่ถนนข้าวสาร




star4
สวยไหมละ เหมาะกับการไปยืนแอ๊คถ่ายรูปไม่น้อยนะนี่ 

  จะว่าเป็นการฆ่าเวลาก็ไม่ผิดไปจากนี้สักเท่าไรนัก
เพราะใจเดินเรื่อยเปื่อยมาตั้งแต่ต้นถนนข้าวสารฝั่ง สน. ชนะสงคราม
จนมาถึงซอยซันเซท เดินทะลุเข้าไปจนสุดซอย
ก็เจอกับ "สตาร์บัคส์" สาขาที่ 44 ในประเทศไทย

วันนี้ใจไม่ค่อยสบาย แต่ก็ยังต้องไปส่งพี่สาวที่สนามบิน
ร่างกายรู้สึกว่าเรียกร้องของอุ่นๆ อย่างช็อกโกแลต ซิกเนเจอร์ ร้อนมากกว่ามอคค่าอย่างที่เคย

star10
ช็อกโกแลต ซิกเนเจอร์ ร้อน...
รสชาติเข้มข้นสุดในบรรดาเมนูช็อกโกแลตของสตาร์บัคส์
 

ทั้งๆ ที่ แวะมาที่สตาร์บัคส์สาขานี้หลายหน
และก็เคยสงสัยมาตลอดว่าบ้านหลังเก่าซึ่งแปรสภาพมาเป็นร้านกาแฟสีเขียวดำนี้มีประวัติแต่ใดมา
แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะหาคำตอบมาเลยสักครั้ง
วันนี้เลยถือโอกาสไปนั่งอ่าน และหาข้อมูลว่า...สรุปเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่

พี่อี๊ด รุ่นพี่หนังสือเดียวกัน ปัจจุบันย้ายไปทำงานที่อื่นแล้ว
เคยเขียนถึงสตาร์บัคส์สาขานี้เมื่อ 4 ปีก่อนว่า
ขณะนั้นบ้านเก่าหลังนี้อายุปาเข้าไป 97 ปีแล้ว
(หากนับจนถึงตอนนี้ก็คงจะอายุ 101 ปีเห็นจะได้)

 star7star6

บ้านหลังนี้ผู้เป็นพ่อของคุณหญิงเชย กฤตราชทรงสวัสดิ์
ซึ่งในขณะนั้นดำรง ตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากรของไทย
ได้มอบบ้านหลังนี้ให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน เมื่อปี พ.ศ.2450
มันยังคงตั้งอยู่ที่เดิม โดดเด่นอยู่กลางตรอกข้าวสาร
จนกระทั่งคุณหญิงถึงแก่กรรมในเดือนเมษายน พ.ศ.2537
บ้านหลังเก่าจึงตกมาถึงมือของ กฤต ไกรจิตติ ผู้เป็นหลานชาย

ต่อมาบริษัทสวัสดีกรุ๊ปได้ติดต่อเข้าเช่าทั้งที่ดินในซอยซันเซ็ท
รวมถึงตัวบ้านหลังเก่านี้เพื่อพัฒนาพื้นที่ธุรกิจ

star8star9

ส่วนสตาร์บัคส์ก็รับช่วงต่อของการเช่าในส่วนของลานหน้าบ้าน
และส่วนของชั้นหนึ่งเพื่อทำเป็นร้านกาแฟของตนเอง
ส่วนชั้นบนใจเคยไปเยือนหนึ่งหน
บริษัทสวัสดิกรุ๊ป ใช้เป็นสถานที่แสดงผลงานทางศิลปะหรืออาร์ตแกลลอรี่นั่นเอง

ว่ากันว่าบ้านหลังนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน
ถ้าใครเดินเข้าไปจะเห็นรูปแบบของการออกแบที่เรียกว่า
อิตาเลียนในสไตล์อาร์ต นูโว และอาร์ตเดค


star3star5

นอกจากนี้ภายในตัวบ้านยังรวมเอาไว้ด้วยงานศิลปะมากมาย
ซึ่งแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปร่วมร้อยปี แต่ยังคงทิ้งร่องรอยส่วนใหญ่เอาไว้
ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะของ คอร์ราโด เฟโรจี
หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "ศิลป์ พีระศรี"
รวมถึงงานปูนปั้น ลวดลายที่ปรากฎบนเพดานบ้านยังวาดด้วยมือของเจ้าของบ้านเอง

 star2
star1star11

แต่ส่วนของการออกแบบสตาร์บัคส์นั้น มี จอห์น ศรีประดู่ เป็นผู้รับโจทย์ต่อมา
และการออกแบบก็เป็นอย่างที่เห็น ตัวบ้านสีเหลืองในโทนที่คนเห็นก็ต้องหยุดมอง
มีป้ายสตาร์บัคส์ห้อยอยู่ด้านหน้าเด่นหรา
เปิดเข้าไปก็เจอเคาน์เตอร์ และพนักงานต้อนรับ
เดินเลยเข้าไปจะเป็นส่วนของห้องนั่งจิบกาแฟ

มันบันเทิงเริงใจก็ตรงนี้แหละ
บางทีเราก็ไม่ได้เพียงแต่จะดื่มด่ำรสชาติของเครื่องดื่มและอาหารเพียงอย่างเดียว
แต่เรากำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบข้างด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้

เคยได้ยินเขาว่า

ข้าพเจ้ามิได้ชมชอบรสชาติของสุรา หากแต่ชื่นชอบบรรยกาศของการร่ำสุรา 

ก็เห็นจะเป็นจริงอย่างนั้น ....