Namkhang 的个人资料ที่ว่างของใจ 照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
2008/9/13 ค้างคาวแม่ไก่
2008/7/6 โรงภาษีร้อยชักสาม
2008/6/25 ภาพของ Yann Arthus-Bertrand
2008/4/29 ตลาดบนรางรถไฟ
2008/1/17 เหตุเกิดที่บางพลี...
2007/9/27 ตลาดนัดกลางกรุง
2007/9/2 A380 Asia World Tour 2007
2007/8/11 เมืองจตุคาม
2007/3/19 จากหัวหิน ถึงน้ำปั่น และน้ำคั้น
2007/1/7 ใจไปมาแล้ว...พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง
เรียบซ้ายมือหลังจากกลับรถแล้วไม่นานนัก ก็จะเจอทางเข้า เลี้ยวเข้าไปจอดได้เลย ที่ทางของลานจอดรถอยู่ด้านหน้ากว้างขวางพอสมควร ..... ยื่นบัตรให้กับพนักงานที่ยืนรอด้านหน้าอาคาร ก็เริ่มเดินดูหุ่นขี้ผึ้งกันได้เลย....เส้นทางบังคับให้อยู่ชั้นหนึ่งก่อน วนออกมาที่เดิมและขึ้นไปชั้นสอง วนรอบๆ และก็ลงมาชั้นหนึ่ง...ถือเป็นการสิ้นสุดการทัวร์ตึกหุ่นขี้ผึ้งทั้งหมด ด้านในมีอะไรบ้าง??? เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของคนที่ไม่เคยไปพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สักหนในทันที ....ห้องแรกเป็นห้องรับ แขก ...ขอเรียกยังงั้นได้ม้ะ ก็เหมือนมีพนักงานนั่งเฝ้าด้านหน้า คอยจดบันทึกรายชื่อคนเข้ามาเยี่ยมเยือนพิพิธภัณฑ์ยังไงยังงั้น
แต่หุ่นขี้ผึ้งก็ยังเป็นเพียงหุ่นขี้ผึ้งอยู่ดี ต่อให้ปั้นให้เหมือนจริงสักแค่ไหน....เขาเหล่านั้นก็ยังยืนนิ่งหรือนั่งนิ่งตามอิริยาบทที่คนปั้นได้ออกแบบเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม .... อาจจะมีเพิ่มเติมที่ บทบาทของหุ่นขี้ผึ้ง พึงขลังหรือสร้างความรู้สึกสมจริงได้ดีกว่ารูปภาพ และเป็นที่น่าชื่นชมหรือเคารพตามบทบาทที่แท้ในชีวิตจริงของเจ้าของหุ่นปั้นนั้นๆ นั่นเอง....
แสงไฟสีเหลืองอ่อนๆ ที่ส่องลอดออกมาจากดวงไฟกลมเล็ก ส่องเข้าตรงกลางของรูปปั้นช่างเหมือนกับตั้งใจให้ตัดกับความมืดรอบด้านของห้องจัดแสดง ยิ่งบวกกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่อาคารแห่งนี้ปรับให้พอเหมาะกับการรักษาสภาพของหุ่นปั้นด้วยขี้ผึ้ง ทำให้เวลานี้คนเข้าเยี่ยมหลายคนถึงกับต้องยืนนิ่งเงียบเฝ้าดูหุ่นปั่นที่อยู่ตรงหน้า มันช่างเหมาะเจาะกันยิ่งนัก...ทั้งแสงไฟ รูปปั้น และความเย็น...คงเหลือแต่กลิ่นล่ะมั้ง ... หากจุดธูปให้เข้ากับบรรยากาศ ใจว่าใจจะรู้สึกเย็นยะเยือกไปยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียวแหละ แหะแหะ.... ปล. ข้อมูลสังเขปเก็บเอามาฝาก
2006/12/15 หัวหิน...
2006/11/12 คนไม่สบาย..แต่อยากไปทะเล
2006/11/10 ระลึกชาติกับน้ำตกเอราวัณ
2006/10/21 ดรีมเวิร์ล...อีกแระ
2006/1/23 ตัวก็ดำ ผื่นก็ขึ้น ...
ต้องยอมรับว่าทะเลแถบนี้สวยจริงๆ คือเพราะว่าไม่เคยได้ไปเกาะไหนไกลๆ ยังงี้ไง นอกจากตอนที่ไปภูเก็ตแล้วมีโอกาสแวะไปพังงา ไปเขาตะปู เกาะห้อง แล้วพายเรือคะยักเข้าไปในถ้ำที่มืดตื๊ดตื๋อ ไรพวกนั้น ก็ว่าสวยแล้วนะ แต่นี่สวยกว่า
อ่าวแรกผ่านไป ใครๆ ก็บ่นว่าน้ำเย็น หนาวกันเป็นทิวแถว...อ่าวที่สอง ใจเลยอดใจไม่ไหว ขอเปลี่ยนเครื่องกายสักครู่ แล้วก็ลงไปดำผุดดำว่ายกับเค้า ..แต่บอกตรงๆ จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองเห็นอะไรบ้าง จำไม่ได้เลยสักตัว เพราะว่ามันว่ายน้ำไม่เป็น ไกด์ที่พาไป เป็นคนลากเราไปถึงกลางน้ำอ่ะ ก็คงจะเบื่อเราน่าดูชม 555 ก็เอาแต่วี๊ดๆๆ กลัวจมน้ำ ทั้ง ๆ ที่มีชูชีพ พอเค้าให้ใส่หน้ากากดำน้ำ ก็ดันใส่ไม่ได้ ใส่ได้ก็กัดไม่แน่น ...ทำให้หายใจทางปากในน้ำได้ไม่นาน น้ำก็เข้าปากไปหลายอึก มารู้ทีหลัง เพราะพี่ที่ดัดฟันด้วยกันอีกคน มาทักว่า ...ใจลงน้ำได้ยังไง กัดสน็อกเกิ้ลได้เหรอ ฟันมาแรงหรือยังไง?? นั่นสินะ เพิ่งจะรู้ตัวก็ตอนนั้นแหละ ว่าแล้ว งานนี้คงไม่รอด มันมึนๆ ตั้งแต่ตอนเมื่อกลางคืน ตกดึกผื่นก็ขึ้นให้คันเต็มตัว แขนงี้บวมเป่ง แดงเป็นปื้น วันที่เขียน Blog ตัวก็ยังแดงอยู่เลย ..นี่มีงานแถลงข่าวช่วงบ่าย ทั้งดำ ทั้งแดงออกไปยังงี้ คงแปลกดีพิลึก แม้จะแปลก จะทรมานแค่ไหน แต่งานนี้ก็สนุกสนาน ชื่นบานดี มีเพื่อนใหม่เกิดขึ้น มีเพื่อนเก่าที่รู้จักกันแน่นแฟ้นขึ้น เพียงแต่ว่า...บทเรียนบางอย่างที่มันไม่ค่อยจะดี ก็แค่เก็บเอามาไว้เป็นแนวทางที่จะใช้กับการเดินทางครั้งหน้าเท่านั้นเอง ครั้งนี้มันผ่านไปแล้วนี่...ครั้งหน้าค่อยว่ากันเนาะ ปล.เกาะนางยวนสวยจริงๆ คนก็สวย ทะเลก็สวย โอ้ยยย อยากกลับไปอีกจริงๆ |
|
|