Namkhang's profileที่ว่างของใจ PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    9/30/2008

    คนคุ้ยข่าว



    พี่ปุ๋ยคะ
    ใจกล้าใส่นะเสื้อตัวนี้
    กล้าใส่ออกนอกบ้าน
    แวะไปเอาผล TOEIC ที่อโศก
    และก็ใส่มันทำงานทั้งวัน
    ใส่ออกไปกินข้าวนอกที่ทำงาน
    ไม่เพียงแค่นั้น...ยังใส่ไปนั่งจิบโมฮีโต้ตอนเย็นหลังเลิกงานด้วยขอบอก...


    45  

    32 1

    แต่....มีแต่คนมอง...ตลอดเลย
    อยู่ในออฟฟิศก็ใส่หมวกคลุมหัวตลอด

    ช่างกล้าเนอะ...

    Dream for an insomniac

     

    IMG_0930IMG_0902IMG_0959IMG_0961IMG_0966IMG_0975 

    นั่งอ่านไดอารี่ย้อนหลังไปเรื่อยๆ เพื่อดูว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาตัวเองไปไหนและทำอะไร
    หรือแม้แต่รู้สึกอย่างไร....อ่านเพลินจนเกินไปถึงเดือน พย. ปี 2007 เพียงแค่ข้ามคืน

    จนถึงตอนนี้ใจมาหยุดตรงที่ blog ของวันที่ 13 เดือน พย. .... รู้สึกชอบข้อความใน blog นี้
    ใจเขียนให้ Sam เพื่อนที่เบลเยี่ยม...และเรียกให้เข้ามาอ่านหลังจากนั้นแทบจะทันที
    จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นจังหวะที่ Sam กำลังทุกข์หนักว่าจะเลือกใครระหว่างหญิงที่ตนรักและหญิงที่รักตน
    ส่วนใจเองก็ได้ดูหนังที่ใจเองพบว่ามันดูกินใจกับเรื่องราวของ Sam ดี
    ช่วงนี้กำลังอินเทรนด์ด้วย ใจเพิ่งไปสอบ TOEIC มา...ทำข้อสอบแบบหายใจไม่ทันเลย 555
    จึงขอเอาเรื่องนี้แปะไว้อีกครั้งละกันนะ ...ใจชอบ ....

    11/13/2007

    Hey Guy!

    I'm still sick like last 2 days.
    After went to the hospital by myself yesterday and doctor gave me some pill.
    I think I'm feeling better right now. Don't worry I always take care of myself.
    I don't want to die before to say "I love you" to my bridegroom in my wedding ceremony hahaha.

    Yesterday when I laid down on my bed after took some pill already.
    I was saw a movie that seem like an old things.
    I remembered the name again when I found an TrueVision guidebook after that.
    Its name "Dream for an Insomniac (1996)" . You know? I wonder in it.

    There are many poem and many quotes.
    I was very surprise how can a movie directer made it?
    Some quote hurt my heart but I love it.
    Don't ask me how. Cause I find it in some website for you.
    Now!, you can see it as followed .....

    For me I love this " there are too many meadiocor things in life...
    and love souldn't be one of them". Frankie - actress in that movie-
    said to David Schrader- actor who act as a writer in that movie-
    when she fall in love with him. Anything less than mad,
    passionate, extraordinary love is a waste of your time.
    She also said it too.

    David Schrader already have girl friend that still in the same room before met Frankie.
    Both of David Schrader  and Frankie falling in love at first sight.
    All of day for all of them.
    They always have a good qoutes conversation from many books and many person.

    Frankie is an insomnia girl.
    She can't sleep when she loose her parent at 6 years old cause an accident.
    In the same time David also don't have an inspiration to write.
    They sware to be a friend. Frankie want to be a girl
    who help David boost up his inspiration and
    David want to be a guy who can help Frankie can sleep at night.

    A time was through until they can't keep a secret any more.
    Frankie say love.But David don't want to loose his girl friend.
    Cause she is ok even if he don't love her with a passionate like his Frankie.

    What they can do in this situation? Frankie try to buy his heart that he can't stay with someone
    all of his life that he never love with passionate at all.
    At the end of movie David broken up his old love and have a good love with Frankie.
    It's happy ending.

    I love this movie. It's just not only that tell us a true story in our life.
    We can loose our guy for some girl that we never met before.
    Cause they fall in love. How I can do?
    Just leave him and say good luck only.

    But I will meet some guy that I falling in love again.
    How I can do if I was love some one at first sight?
    How I can do if both of us can talking alot in the same topic?
    I have many passionate with this love.
    It's just not love. but it a passionate love.
    How can I do? Just only hold this love in my arm. So ...
    I will be not an insomnia girl anymore.....I think ...
    Are you agree with me?

    Frankie: Anything less than mad, passionate, extraordinary love is a waste of your time.

    Frankie: Choices are like connecting highways.
    They all take you to the same place. Some just take longer to get there.

    Frankie: there are too many meadiocor things in life... and love souldn't be one of them

    David Schrader: I love you Frankie.
    Frankie: You do?
    David Schrader: Yeah I do.
    Frankie: I loved you first.
    David Schrader: I love you more.
    Frankie: Only because you're bigger.

    Frankie: It's like a trinity. If Bono is God then Eddie Vedder would be Jesus.

    Frankie: I don't want to be 60 years old some day and
    seemingly happily married to some man that I know is my second choice.

    Frankie: see? we could be best friends, but we'd still have lust in our eyes.

    Frankie: If you only dream when your asleep, then when your awake, there's still nothing there

    Frankie: In order to win you must expect to win

    Frankie:Love, David, Love! Do you love her?
    I mean does the thought of her the smell of her the touch of her make you quiver?
    When shes away from you do you wish she were in your arms making love to you?
    I mean when you see her after not seeing her for an entire day does she make everything ok?



    ความรักที่ปราศจากความลุ่มหลงและไร้ซึ่งแรงปรารถนา ....ล้วนแต่ทำให้คุณต้องเสียเวลา.....

    ในชีวิตมีหลายสิ่งที่ซับซ้อนมากมายเพียงพอแล้ว....และ....รัก....ไม่ควรจะเป็นหนึ่งในนั้น

    กินใจเพียงพอมั้ย???



    Aus-112Aus-113
    Aus-115Aus-114
    Aus-116Aus-110

    9/28/2008

    สุขสันต์วันเกิดค่ะพี่....โอ



    book 
    ของขวัญพี่โอ หนูจะหอบไปให้ก่อนที่หนูจะเดินทางไกล...และกว่าเจอกันก็หลายปีนะคะ


    วันนี้วันเกิดพี่โอ...
    ส่วนอาทิตย์หน้าวันเกิดใจ...

    พี่โออายุ 46
    ใจจะอายุ 31
    พี่โอจะตื่นเต้นไหมนะ...เข้าใกล้ 50 เข้าไปทุกทีแล้ว
    ใจไม่อยากจะบอกเลยว่าใจตื่นเต้นเอามากๆ...แม่เริ่มห่วงแล้วไม่ออกเรือนสักที
    (คิดอีกที พี่โอเด็กกว่าแม่หนูนิดเดียวเองนะ 555)

    สุขสันต์วันเกิดพี่โอค่ะ
    ใจถอนหงอกพี่โอไปหลายเส้นละ แม้จะรู้จักกันไม่นาน
    แต่ว่าพี่โอก็ไม่ถือสาเด็กน้อย...คอยให้คำปรึกษาเสมอมา
    ขอบคุณที่กลายเป็นแฟนคลับ spaces ของใจค่ะ
    และกลายเป็นนายหน้าขาย nujai.spaces ไปเสียแล้ว

    ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ
    นานๆ ใจจะมาแฮปปี้เบิร์ทเดย์พรรคพวกผ่านหน้า spaces ของตัวเองสักที
    วันนี้ยกหน้านี้ให้พี่โอค่ะ

    ขอให้พี่โอมีความสุขในขวบปีที่ 46
    ใจไม่ขออะไรให้พี่โอเลยค่ะ...ยกเว้น "ความสุข"
    เหลือเฟือแล้วล่ะค่ะ ... อย่างอื่น.....มันก็ตามมาเองเนอะ


    สุขสันต์วันเกิดค่ะพี่....มีความสุขมากๆ นะคะ

    9/27/2008

    ทำงานนอกบ้าน



    1

    วันนี้ใจ แอม และบอล แบกคอมฯ คนละตัวออกจากบ้าน
    มานั่งตากแอร์และใช้ wifi ฟรี ที่ร้าน Bug&Bee สาธร
    เวลานึกไม่ออก บอกไม่ถูก เขียนไม่ได้
    การแบกคอมฯ ออกจากบ้านมาทำงานที่ไหนสักที่ที่มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ฟรี
    เป็นความคิดที่ดีไม่น้อย

    ใจว่าการออกจากสถานที่เดิมๆ ที่เคยเห็นและเป็นอยู่
    มันจะช่วยให้เราได้พบเจอโลกอีกแบบ
    ไม่เพียงแต่จะสบายใจขึ้นเพราะไม่ได้เจอคนที่รู้จักแบบเดิมๆ
    แต่เราจะหายวัน หายคืน...ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาแน่ๆ

    แอมเพิ่งกลับมาจากฟินแลนด์เมื่อวานเย็น..ไฮโซอย่างแรง
    ส่วนใจมุ่งหน้าออกมาจากคอนโดฯ เพื่อกินข้าวกับบอล
    หลังจากน้ำหนักตัวเบาลงไปกว่าเดิมอีก 3 กิโลกรัม
    ตอนนี้ทำสถิติน้ำหนักตัวน้อยที่สุดในชีวิตอีกครั้ง...40 กิโลกรัม....

    กว่าจะมาถึงที่ร้านก็ปาไปบ่ายสองครึ่ง
    นี่นั่งกันจนถึงอีกสองนาทีจะ 6 โมง
    ใจเพิ่งส่งต้นฉบับไปให้บก. ได้เพียง 1 หน้า
    ที่เหลือกำลังเร่งปั่นเต็มที่

    อาทิตย์หน้ามีงานตั้งแต่เช้าวันจันทร์
    บ่ายก็มีจองสอบ TOEIC เอาไว้
    เขาจะเอา 700 เต็ม 900
    ดูดิ๊...มันจะได้สักกี่สิบแต้ม 5555


      24
    โน้ตบุ๊กของใจ .... และขวานั่นเจ้าบอล เด็กจังหวัดเดียวกัน ทะลึ่งทำงานที่เดียวกันอีก
    มันใจร้ายจะไปบนให้ใจสอบตก TOEIC ...

     
      6
    เฮ้อ....เมาส์ ...จะเฮ้อทำแม้ว? 


    78
    ใต้โต๊ะ ....มีรองเท้าใจกับแอมจอดอยู่


    1_2 
    ใจกับแอม


    ละครชีวิต



    http://www.kosanathai.com/tvcupdated/view_tvc.asp?GID=1&TVCID=28850

    Title : ละครชีวิต
    Duration : 01:00
    สินค้า : ไออาร์พีซี
    Brand Name : IRPC
    Agency : Pirate
    Production House : The Shood Co.,Ltd.

    ละครสำคัญที่สุดก็คือตัวแสดงและบทบาท
    แต่ตัวละครที่นี่ไม่มีบทให้ "ท่อง" หรือ "ซ้อม"

    ทุกคนต้องแสดงจากชีวิตจริง
    ไม่ว่าจะรับบทหนักแค่ไหน
    ต้องฟันฝ่า.... ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลง

    ซ้ำแล้ว........ซ้ำเล่า

    ละครชีวิตเรื่องนี้ถ้าจะมีใครสักคนเป็นพระเอก
    ก็คงเป็นทุกคนที่นี่
    อุปสรรคที่ผ่านพ้น
    ทำให้ชีวิตของเราทุกคนแข็งแกร่ง



    --------------------------------------------------------------------

     


    Title : Marry Me
    Duration : 01:30
    สินค้า : ไทยประกันชีวิต
    Brand Name : Thailife Insurance
    Agency : Ogilvy & Mather Advertising (THAILAND)
    Production House : Sunshine etc. Co., Ltd

    แสงดาว หญิงสาวที่ควรจะมีความสุขที่สุด
    ป่วยเป็นโรคลูคีเมียระยะสุดท้าย

    หมอบอกว่า..
    เธอมีชีวิตอยู่ได้แค่ 60 วันเท่านั้น

    วันแรกที่เธอรู้เธอ
    เธอบอกเลิกกับ ศรัทธา ....... ชายหนุ่มที่เธอรัก

    ในยามที่ชีวิตต้องเผชิญกับความยากลำบาก
    สิ่งที่คนเราต้องการคืออะไร

    ชายหนุ่มกลับมาหาเธออีกครั้ง และขอเธอแต่งงาน

    แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาอันแสนสั้น
    ที่เค้าได้อยู่เคียงข้างเธอ
    แต่นี่ คือความรักและการดูแล
    ที่ใครหลายคนมองหามาชั่วชีวิต ......ไม่ใช่หรือ???

    ----------------------------------------------------------------------------

     



    Title: คุณค่าของการมีชีวิตอยู่
    สินค้า : ไทยประกันชีวิต
    Production House : O&M Phenomena


    หญิงชราคนนี้.....
    พยายามเล่นเปียโนด้วยมือเพียงข้างเดียวมานานแล้ว

    คุณอาภา..... อดีตนักเปียโน
    เป็นอัมพาต ตั้งแต่อายุ 60
    มีอขวา ขยับไม่ได้

    คงมีแค่ปฎิหาริย์เท่านั้น
    ที่จะทำให้เธอกลับมาเล่นได้อีกครั้ง

    ดวงพร..... ผู้ดูแล
    ฝึกเล่นเปียโนด้วยตัวเองทุกวัน เป็นเวลากว่า 5 ปี
    เพียงเพื่อวันนี้ ......

    นับแต่นั้นเป็นต้นมา
    มือสองมือ
    ของคนสองคน
    ยังคงเล่นเปียโนด้วยกันทุกวัน

    ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ คืออะไร??
    บางที.......
    อาจเป็นแค่การที่มีใครสักคน
    อยู่ดูแลเคียงข้างเราตลอดไป


    ---------------------------------------------------------------------

     

    Client: Herringbone
    Title: Hands
    Agency: M&C Saatchi, Sydney


    ------------------------------------------------------------------------

    9/24/2008

    ขอจันทร์



    ขอจันทร์เวอร์ชั่นใจร้อง
    กว่าจะได้ไฟล์เสียงมานี่...เลือดตาแทบกระเด็น

    ร้องเพลงไป 4,500 ล้านรอบเห็นจะได้
    อัดไม่ติดบ้าง โปรแกรมใช้ไม่ได้บ้าง
    ร้องผิดบ้าง....ป๊าดดด

    จนสุดท้ายเสียงแหบ ไม่ไหวแระ ได้แค่นี้แหละ
    รอบสุดท้ายแล้วนะนี่ 555

      


    9/21/2008

    ฉันไร้รักแต่ฉันหาใช่ไร้เพื่อน




    ตั้งชื่อมา ก็ออกแนวน้ำเน่ากันเลยทีเดียว
    หาใช่เพราะเหตุใด
    วันนี้ไปมิตติ้งกับเพื่อนฝูงมา

    ไม่สิ เพื่อนร่วมห้องเรียนของรุ่ง
    ซึ่งเราก็รู้จักมักจี่กันอยู่บ้าง
    แม้จะไม่สนิทสนมกันมากนัก
    งานนี้ใจกับแหม่มก็เลยพ่วงไปงานนี้ด้วย

    มีคนพาภรรยา และลูกมาด้วย
    บางคนหนีบสามีมาด้วย
    เพื่อนรุ่งอีกคนมาแจกการ์ดแต่งงาน
    เห็นแล้วอิจฉา..
    แต่ว่าไม่เป็นไรหรอก ... อย่างน้อยใจก็ยังมีเพื่อน เหอๆ

    เอารูปมาฝากอ้อม หยก และใครอีกหลายคน
    ขออภัยที่วันนี้ตั้งใจจะให้ภาพมันออกเหลือง...ไม่รู้จะถูกใจมั้ย
    กล้อง G9 นี่ไม่ฉลาดนักเวลากลางคืน... กลุ้มจริงๆ



    8  9
    แหม่มกับอ้อม                                               เกดกับตุ้ย (ใช่ป้ะ 555)



      75
    หยกกับรุ่ง                                                      บาร์คาดี้ Orange



    mam rung
    หน้าห้องน้ำก็ไม่เว้น ....



    16 
    แอบมองคนอื่นเขา



    23
                                                                         สีเล็บของใจกับรุ่ง...ที่แหม่มซื้อ 5555

    ผู้ชายจิ้งจก



    อย่าหาว่าใจไม่สุภาพนะ
    แต่เป็นเพราะว่าเย็นนี้ใจ รุ่งและแหม่ม
    ไปพบเหตุการณ์หนึ่งที่ทำเอาถึงกับขำไปตามๆ กัน
    จนอดไม่ได้ที่จะยกกล้องถ่ายรูปในกระเป๋ามาเก็บภาพเอาไว้

    ไม่รู้จะบรรยายยังไง....
    ภาพบางภาพไม่ต้องการคำอธิบาย
    เพราะเราจะเข้าใจมันได้ดีจากการเห็นด้วยตา

    ไปดูกัน...



    man man1

    เพื่อนมาราธอน




    friend


    ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ที่ใจกับรุ่งและแหม่มได้พบปะกัน
    หลังจากรุ่งยกหูมาหาจะชวนไปหาอะไรกินและเดินเล่นช็อปปิ้งกัน
    ต่อมาก็เปลี่ยนแผนมีแหม่มเข้ามาร่วมแจมอีกหนึ่งหน่อ
    เราสามคนจึงนัดหมายไปเดินช็อปปิ้งที่เดอะมอลล์บางกะปิ

    ใจว่านี่เป็นหนแรกในรอบกี่เดือน หรือกี่ปีก็ไม่ทราบ
    ที่ใจจะมีโอกาสได้ไปเดินที่ห้างนี้ เอาแต่วนเวียนอยู่ในเมือง ไม่เคยได้โผล่มาแถวนี้สักหน
    นี่ย้ายบ้านมาแถวนี้ก็ยังไปช็อปปิ้งแถวๆ ในเมืองอยู่ได้

    ทั้งรุ่งและแหม่ม เป็นเพื่อนที่ใจคบหามาตั้งแต่ ป.5
    จริงๆ แล้ว ใจเจอแหม่มก่อนหน้าที่ใจจะย้ายโรงเรียนเสียด้วยซ้ำ
    จำได้ว่า เป็นงานขึ้นบ้านใหม่ของใจ
    มีครอบครัวของแหม่มเป็นแขกของพ่อ
    ก่อนพวกเราจะย้ายบ้านมาอยู่หมู่บ้านเดียวกันกับรุ่งและแหม่มตอน ม.ต้น

    บ้านหลังใหม่ของใจในเวลาต่อมาอยู่ข้างๆ บ้านรุ่ง
    แต่ใจก็ได้รู้จักกับรุ่งอยู่ก่อนจะย้ายบ้านเพราะตัวใจย้ายโรงเรียนมาอาศัยอยู่กับน้า
    และโรงเรียนที่ใจย้ายมาเรียน ป. 5 ก็มีทั้งรุ่งและแหม่มอยู่ด้วย
    ....พูดเอง ชักงง เอง....

    เอาเป็นว่า เราเรียน ป.5 ป.6 ด้วยกัน
    เราเรียนม.ต้น ด้วยกัน ห้องเดียวกัน
    เราเรียนม.ปลายด้วยกัน คนละห้อง แต่โรงเรียนเดียวกัน
    ก่อนจะแยกย้ายกันมาเรียนมหาวิทยาลัยต่างกันออกไป

    แหม่มไฮโซแล้วตอนนี้อยู่ปตท.
    รุ่งยังอยู่ที่ธนชาติหลังจากผ่านมาตั้งหลายปี
    ส่วนใจก็ยังคงสถานภาพของการเป็นนักข่าว
    แต่ทุกคน...ยังไม่แต่งงาน 555555555

    ระหว่างการเดินทางไปเดอะมอลล์บางกะปิ
    รุ่งยกหูหาแม่ของรุ่ง แม่ของรุ่งก็รู้จักใจดี และยังบอกว่าเจอแม่ของใจที่ตลาดนัดหมู่บ้านวันนี้
    ใจเลยยกหูหาแม่บอกข่าวคราวของพี่สาวคนกลางที่อยู่สเปนบ้าง
    พี่สาวให้บอกแม่ว่าจะโทรฯ หาที่บ้านวันจันทร์
    และให้เบอร์มือถือมาสำหรับการติดต่อกับเขา
    แม่ก็รู้ว่าใจอยู่กับรุ่ง และยังบอกรุ่งเหมือนกันว่าเจอแม่ของเจ้าหล่อนด้วย ...นั่นปะไร

    ใจบอกแม่ว่า ช่วงนี้อยากให้แม่ไปหาวิธีสเดาะเคราะห์ให้หน่อย
    ใจไม่ค่อยสบายใจ....สงสัยต้องเอาไสยศาสตร์เข้าช่วย
    แม่ถามว่าเป็นอะไร...ใจก็ได้แค่บอกว่า มันก็มีเรื่องวุ่นวายเข้ามา
    แม้จะรู้ตัวดีว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป แต่ใจก็ยังอดที่จะไม่สบายใจกับมันอยู่ดี

    โดยเฉพาะความไม่สบายจำพวก
    ใจยังไม่มีแฟน นานวันชักปวดหัวใจเข้าไปทุกที 555
    แม่ถึงกับขำและฝากบอกรุ่งว่าให้หาแฟนให้ใจ
    ขี้ริ้วขี้เหร่ไม่เป็นไร ....ขอให้เป็นคนดี...รักลูกของแม่ก็พอ
    ใจเห็นแม่พูดแบบนี้เสมอ ... แต่ใจคงโชคร้ายเอง

    มันหายากแล้วล่ะมั้ง คงไม่เหลือถึงมือใจ ใจบอกแม่แบบนั้น
    ไม่น่าเชื่อแม่ย้อนกลับมาว่า.....มันยังเหลือ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะพบเท่านั้นเอง....
    ฟังแล้วน้ำตาจะไหล...ไม่เป็นไร ให้ตัวเองโสดไปก่อนก็ได้
    จนกว่าจะได้เจอคนดี อย่างที่แม่บอก

    ช่างมันเถอะ ไม่รู้จะบ่นทำไม อยู่คนเดียวมันเหงา แต่มันก็สบายใจดี
    เอาไว้ก่อน ...กลับมาที่รุ่งกับแหม่มต่อดีกว่า

    เมื่อวานนี้ รุ่งกับแหม่มอยากได้ชุดว่ายน้ำ
    ใจก็อยากจะได้บ้าง เพราะให้รุ่งหาครูว่ายน้ำให้ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะตัดสินใจไปเรียนสักที
    ไม่แน่อาจจะเปลี่ยนใจไปเรียนภายในอาทิตย์สองอาทิตย์นี้
    แต่ก็ไม่วายอยากได้ครูสอนว่ายน้ำหน้าตาดี...เรียนแบบตัวต่อตัว 55555 (บ้าจริงๆ)

    แหม่มยังอยากได้กระเป๋าเดินทางสำหรับใช้ลากไปงานสัมมนาเล็กๆ 2-3 วัน
    ทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ
    ใจอยากได้รองเท้าใหม่ ที่มีอยู่ไม่ว่าจะมากมายสักแค่ไหน...มันก็กัดเท้าใจแทบทุกราย
    แต่..กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องก่อนเสมอ
    เราเสียเวลานั่งคุย นั่งทานอยู่ในร้านยำแซ่บอยู่นานก่อนมาเดินเล่นจนห้างปิด....

    เราขับรถมุ่งหน้ามาที่บ้านหลังใหม่ของใจ
    รุ่งอยากเห็นครัวของใจที่เพิ่งบิวท์เสร็จ
    แหม่มเองก็ยังไม่เคยเห็นสักที

    เอาแต่นั่งคุยกันอยู่นาน ฟังเพลงไปพลาง
    อ้อ...ยังทาเล็บจากสียาทาเล็บใหม่ที่แหม่มเพิ่งสอยมาจากชิเชโด้กันอีกต่างหาก
    เป็นเพื่อนที่ดีมาก ให้เพื่อนซื้อแต่เราช่วยใช้....

    คุยกันจนเริ่มง่วง ทุกคนเลยสรุปจะนอนที่นี่
    กลายเป็นว่าเราสามคนจึงนอนเตียง 5 ฟุตรวมกันอยู่ 3 คน
    แต่กว่าจะได้นอนก็ปาไปตี 2
    ใจนอนเป็นคนสุดท้าย แหม่มม่องก่อน รุ่งตามไปโดยทิ้งให้ใจพูดคนเดียว
    กว่าจะสังเกตเขาก็สลบเหมือดกันไปหมดแล้ว...แม้วจริงๆ

    นี่เขาตื่นกันหมดแล้ว
    แหม่มกินกาแฟ รุ่งกับใจกินโอวัลตินก่อนออกจากห้องไป
    พร้อมกับขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมแชงกรีล่า ที่ใจได้มาฟรีตั้ง 4 ชิ้น...แพ็กกิ้จจิ้งสวยงามมาก

    แต่ยัง มันยังไม่จบ....เรายังมีนัดกันตอนบ่าย 3 โมง
    รุ่งจะยังคงอยากได้ชุดว่ายน้ำ..เมื่อวานที่นั่นไม่ลด ต้องไปที่หมายใหม่
    แหม่มก็ยังไม่ได้กระเป๋าเดินทาง...มันยังไม่ถูกใจเสียทีเดียว
    วันนี้เราจะไปช็อปปิ้งกันต่อ
    ก่อนช่วงเย็นเราจะมีนัดหมายไปมิตติ้งกับเพื่อนร่วมชั้นของรุ่ง แต่โรงเรียนเดียวกันกับเรา
    ที่ร้านอาหารย่านเรียบทางด่วนฯ กันต่อ

    เพื่อนมาราธอนจริงๆ แฮะ


    ปล. เจอหน้ากันทีไร เป็นต้องเมาท์เรื่องอกหักรักคุดกันทุกที
    เมื่อวานนี้แหม่มชอบคำพูดของใจที่ว่า "คนที่เคยคบด้วย"
    อิอิ....ฟังแล้วดูดี อย่างน้อยก็ไม่ใช่แฟน ไม่ใช่คนรัก
    ได้เป็นแค่คนที่เคยคบด้วยเท่านั้นแหละ ... หึหึ

    อ้อ รุ่งบอกว่า เราไม่แต่งงานกันแล้วม้ะ
    แหม่มมองด้วยสายตาแปลกๆ พร้อมกับพูดว่า

    "ไม่เอา..จะแต่งช้าแค่ไหนก็ได้"  

    เราเลยสรุปว่า....เออนะ...ไม่มีใครแก่เกินจะแต่งงาน ฮิ้วววววววววววววว


    9/20/2008

    คำถามชิงรางวัลน้องต่าย...ของรางวัลในการให้กำลังใจ




    Lonely-3

    ช่วงนี้ใจแฮงค์ๆ แต่หลายคนก็ยังเป็นห่วงเป็นใย
    ส่งข้อความมาให้กำลังใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    วันนี้ใจสบายใจแล้วค่ะ กลับมาสวยและโสด (โคตร) ได้เหมือนเดิม 555

    และเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจสำหรับทุกคนที่แวะเข้ามาใน spaces
    ในเวลาเดียวกันยังให้กำลังใจกับใจกันอย่างท่วมท้น
    ใจเลยขอมอบน้องต่ายในสังกัดของใจคนละ 1 ตัว

    แต่....เป็นเพราะว่าใจทราบเลาๆ ว่าแฟนคลับของใจเยอะมาก
    ให้แจกน้องต่ายหมด คงมือหงิกไม่สามารถหาของมาตอบให้ได้ทุกคน
    ดังนั้น มาร่วมสนุกกันด้วยละกันนะคะ

    Lonely-11 Lonely-8 

    เอาเป็นว่า ใจตั้งคำถามง่ายๆ 3 ข้อ
    ทุกข้อล้วนแล้วแต่เป็นคำถามที่หาคำตอบได้จาก spaces ของใจแทบทั้งสิ้น
    ใครตอบได้ 10 คนแรกรับไปเลยน้องต่ายของใจพร้อมกันจัดส่ง
    ใครรักกันจริง งานนี้วัดผลกันได้ชัดเจน

    Lonely-7
    Lonely-60

    มาเริ่มกันเลยละกันนะ พร้อมหรือยัง? ไม่พร้อมก็ไม่ทันแล้วล่ะจะเริ่มละนะ

    1. ที่บ้านใจมีหมาสองตัว ตัวหนึ่งเป็นเพศเมียพันธุ์ปั๊ก อีกตัวหนึ่งเป็นหมาหลังอานเพศผู้เพิ่งม่องเท่งเมื่อเดือนก่อน
    ตอบมาเลยว่าชื่ออะไรกันบ้าง?

    2. การ์ตูนญี่ปุ่นที่ใจชื่นชอบมากที่สุด และอ่านมาตั้งแต่มหาวิทยาลัยจนถึงป่านนี้ยังไม่จบบริบูรณ์สักทีชื่อเรื่องอะไร?

    3. ระหว่างกุ้งกับปู คิดว่าใจชอบกินตัวอะไรมากกว่ากัน?


    เอาน่า ตอบเอาฮา อย่าคิดมาก
    แต่หากตอบถูก และมาคอมเม้นท์ไว้ 10 คนแรก ใจยินดีจัดส่งน้องต่ายไปให้ค่ะ
    อ้อ...ไว้ถามที่อยู่หลังไมค์ก็ได้ สำหรับคนที่ตอบถูก อย่าลืมใส่ email ไว้ด้วยนะจ้ะ


    ใจรักทุกคนค่ะ... (แนวพี่เบิร์ดมาก)

    ปล. 1 ตุ๊กตาทุกตัว เป็นผลงานของพ่อ แม่ พี่สาว และใจ ร่วมลงแรงกว่าจะได้มาหนึ่งตัว
    ได้ไปก็เหมือนกับได้น้องต่ายของครอบครัวใจนะคะ อิอิ

    ปล. 2 ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าตั้งคำถามทดสอบแฟนพันธุ์แท้ และให้รางวัลเป็นการออกเดทกับเจ้าของ spaces
    พอเสมอไอเดียนี้ให้กับรุ่นน้อง...ใจได้รับคำตอบว่า...ผมขอเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้หรือเปล่าครับ
    ป๊าดดดดดด เลิกล้มไอเดียแทบไม่ทัน....สวยเลือกได้เสีย self มาก





    Seal Rocks


     
    Seals-Rock


    ดาวอาศัยของแมวน้ำ 

    พะอืดพะอมอยู่นานกับการนั่งเรือออกทะเล เพื่อมั่งหน้าไปยังถิ่นที่อยู่ของแมวน้ำซึ่งอยู่ห่างจากเกาะ Phillips Island ราวๆ 30 นาที จนเมื่อไปถึงใจก็อวกพอดิบพอดี วันนั้นเลยยืนมองแมวน้ำนับหมื่นตัวด้วยหน้าตาซีดเซียว

    1

    นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของใจที่มีสิทธิ์ได้ยลโฉมบ้านของแมวน้ำนับล้านตัว และเมื่อได้เห็นกับตามันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่มนุษย์อย่างเราๆ เดินทางออกไปโลกเพื่อเยี่ยมเยือนดาวอาศัยของแมวน้ำ

    2

    ดาวของแม่น้ำที่ใจได้เดินทางไปเยือน เป็นสถานที่ที่คล้ายคลึงกับเกาะหินขนาดยักษ์ที่เรียกว่า "Seal Rocks" ซึ่งที่นั่นเป็นที่อยู่อาศัยของแมวน้ำ Fur Seal ไม่รู้สักกี่หมื่นตัว เรียกว่าพลเมืองของทั้งเกาะเป็นแมวน้ำทั้งหมด

    หากใครมีโอกาสไปเที่ยวเมลเบิร์น ใจอยากแนะนำให้หาโอกาสไปที่เกาะ Phillips Island ทำการซื้อทัวร์ชมแมวน้ำกับ Wildlife Coast Cruises พ่วงด้วยการดูเพนกวินขนาดเล็กที่สุดในโลกซึ่งมักจะมาพร้อมกันเสมอเมื่อไปที่เกาะแห่งนี้

    3

    เรือจะแล่นไป 30 กลับ 30 และที่เหลือเป็นเวลาของการชมและเพลิดเพลินกับการแอบมองแมวน้ำ

    Wildlife Coast Cruises จะเริ่มรับลูกเรือและผู้โดยสารทุกคนจากท่า Cowes บนเกาะ โดยเปิดบริการในวันที่แตกต่าง แล้วแต่ฤดูกาล สนใจต้องเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ก่อน

     
     

     
    4

    วันที่ใจและเพื่อนร่วมทริปไปดูแมวน้ำ เป็นวันที่เราออกเดินทางจากตัวเมืองของเมลเบิร์น แวะเก็บรายละเอียดการท่องเที่ยวตามทางมาเรื่อยๆ

    อาการอดนอน บวกกับเพลียกับการเที่ยวติดๆ กันหลายวัน ทำให้ใจถึงกับอ้วกบนเรือ หลังจากที่แสดงอาการเวียนหัว น้ำลายเริ่มออกมาเต็มปาก ไม่สามารถบังคับการนั่งหรือยืนของตัวเองได้

    5

    จนพนักงานที่ดู​แลทัวร์ลูกเรือเห็นท่า​ไม่​ดี​ ​รีบวิ่งไปเอาถุงพลาสติกมา​ให้ แต่หา​ใช่​ถุงพลาสติกแบบที่​ใส่​ของแบบธรรมดาอย่างบ้านเรา​ กลับเป็น​ถุงอย่างดีที่ออกแบบมา​ให้​ใส่​ "อา​เจียน" ​โดย​เฉพาะ
     
    เขา​สอนวิธีการ​ "อา​เจียน" ​พอเสร็จสิ้นก็​ให้​หมุนปากถุงปิดล็อก​แล้ว​เอา​ไปทิ้ง​ใน​ที่ที่มันควร​จะ​อยู่​ เรือ​จะ​ได้​ไม่​เปื้อน​ ​และ​คน​อื่น​จะ​ได้​ไม่​อา​เจียนตาม

    7


    9

    ใจรู้สึกพะอืดพะอม​อยู่​หลายรอบ​ ​แต่สุดท้ายก็มาลงเอย​อยู่​ที่การเอานิ้วชี้ล้วง​เข้า​ไป​ใน​คอ​ในห้องน้ำ แล้ว​ก็อา​เจียนออกมา​เป็น​กลิ่นช็อกโกแลต นั่น​เป็น​เพราะ​ก่อนหน้า​ไม่​กี่นาที​ ​พวกเรากินไอศครีม​กัน​คนละ​แท่ง​ และ​ใจก็​เลือกไอศครีมรสช็อกโกแลตเสีย​ด้วย​


    การอา​เจียนครั้งนี้​เป็น​หนแรก​ใน​รอบหลายปี​ จำได้ว่าหนสุดท้ายที่อ้วกเป็นเพราะทะลึ่งไปกินแตงโม แล้วอ้วกเฉยเลย ตั้งแต่นั้น ก็ไม่อยากจะกินแตงโมอีกเลย... เพราะกลัวจะอ้วก
     
    แม้จะหน้าตาซีดเซียว และอ้วกแตกไปแล้ว แต่ใจก็ยังยืนมองแมวน้ำจากตัวเรือที่หยุดนิ่งอยู่ในจุดที่จะไม่สร้างความรบกวนให้กับเหล่าแมวน้ำ บางก็เห็นเราแต่ไกล เลยดำผุดดำว่ายอยู่ใกล้ๆ เรือ ที่เหลือก็นอนอาบแดด ร้องหวยหวนอยู่บนโขดหิน บางก็นอนหลับ.... ช่างมีความสุขแท้
     
    วันนี้​เลยกลายเป็นว่า ใจดู​แมวน้ำ​ไป​ ​ถ่ายรูปแมวน้ำ​ไป​ สลับ​กับ​การอา​เจียนเสียอย่าง​นั้น​ ​เป็น​ประสบการณ์ที่​แปลก​ใหม่​ดี​ไม่​น้อย

    15

    ดูแมวน้ำจนได้เ วลา เรือก็แล่นมาส่งทุกคนที่ท่าเรือเดิม ก่อนพวกเราจะแวะไปเติมพลัง และขับรถไปส่องดูเพนกวินพันธุ์จิ๋วที่ว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า.... ไว้มาเล่าเรื่องเพนกวินต่อวันหลัง

    อ้อ...อ่านแล้วอย่าอ้วกตามนะ เห็นภาพเลยใช่ไหมละ??

    8
    10

     ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแมวน้ำ

    Wildlife Coast Cruises
    PO Box 65 Cowes VIC 3922
    Tel: 1300 763 739 Fax: 03 5952 5583
    www.wildlifecoastcruises.com.au

     

                 -----------------------

    I Miss You




    มีคนบอกว่าเพลงใน spaces เศร้ามาก
    แต่ก็ชอบ.... ก่อนตบท้าย ....

    มีหลายคนอยากได้เนื้อร้องของเพลงนี้
    ใจจำไม่ได้แล้วว่าเคยเอามาลงหรือยัง
    ใจว่าแฟนพันธุ์แท้ spaces ใจคงจำได้ดีกว่าใจอีก
    ว่าใจเขียนอะไร หรือ post อะไรลงไปบ้างแล้ว 555

    อ้ะ...เอาเนื้อเพลงมาให้อีกที...ให้แหม่มด้วย...ชอบใช่ไหมละ


    jai1

    Title: Beverly Craven - I Miss You lyrics
    Artist:
    Beverly Craven Lyrics

    Here in the silence I wait
    There’s nothing else I can do
    It feels like my heart’s gonna break
    And all I can think of is you
    And how my aching arms long to hold you
    And show you how much I care
    But I’m counting the hours without you
    And I don’t know how much I can bear
    Cos I miss you
    More than words can say
    And I need you here
    In my life always
    Yeah I miss you
    And I’ll always be
    Waiting here for you
    Til you’re back with me

    You found a place in my heart
    From the first moment I saw you
    And you are my light in the dark
    And I would do anything for you
    Cos you’re everything I’ve ever wished for
    The answer to all of my dreams
    And I want you back
    Home is here with me

    Oh I miss you
    More than words can say
    And I need you here
    In my life always
    Yeah I miss you
    And I’ll always be
    Waiting here for you
    Til you’re back with me

    Yes i, would be right there beside you
    If I only knew where you are
    Cos it feels like I’m dying without you
    My whole world falling apart

    And I miss you
    More than words can say
    And I need you here
    In my life always
    Yeah I miss you
    And I’ll always be
    Waiting here for you
    Til you’re back with me

    sunny

     Sunny-Ridge


       Sunny Ridge  กับ สตอบอรี่ลูกยักษ์


    ใจไม่ชอบกินผลิตภัณฑ์สตอบอรี่แปรรูป ทั้งนมรสสตอบอรี่ ป้อกกี้สตอบอรี่ โยเกิร์ตสตอบอรี่.....แต่ใจชอบสตอบอรี่สดๆ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อได้ไร่สตอบอรี่ อารมณ์จะเป็นยังไงในวันนั้น

    เมื่อตอนเด็กๆ ความทรงจำอันมีค่าของใจกับพ่อแม่ที่มีร่วมกันก็คือเรื่องของ "สตอบอรี่"

    แม่กับพ่อมักจะพูดถึงเรื่องเก่าๆ ที่ว่า เคยพาใจไปเที่ยวแม่สาย แหล่งของการปลูกสตอบอรี่ในเชียงราย บังเอิญว่าใจอยากจะได้สตอบอรี่ในถาดที่คนขายวางเรียงสตอบอรี่พูนตะกร้า มีปลายยอดแหลมของกองพูดนั้น เห็นแล้วน่ารับประทานอย่างยิ่ง

    st10

    แต่อันที่จริงแล้ว ใจไม่ได้อยากจะกินสตอบอรี่ แต่อยากจะได้ทั้งสตอบอรี่กับตะกร้า สุดท้ายคนขายเทสตอบอรี่ใส่ถุงแล้วเอาตะกร้าวางไว้ที่เดิม

    ใจถึงกับทำหน้าเหยเก เสียใจกับสิ่งที่ตัวเองคาดหวังว่าจะได้ แต่มันคงจะทำให้เราเรียนรู้ว่า เราคงไม่ได้ทุกอย่างที่เราจะได้หรอก มันมักจะมีเงื่อนไข ปัจจัยรอบข้างที่ทำให้เราต้องตัดใจจากของบางอย่าง และก็เอาแต่ของที่สมควรจะได้ติดตัวมาเท่านั้น..... ไม่มีอะไรเป็นของเราตั้งแต่ต้น แม้แต่ร่างกาย พระท่านก็ว่า พ่อแม่เป็นคนให้เรายืมใช้ มีเพียงจิตใจเท่านั้น...ที่มันเป็นของเราอย่างแท้จริง

    เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ใจไม่เพียงแต่จะเฝ้ารอที่จะไปออสเตรเลียยาวนานถึง 15 วัน แต่ยังเฝ้ารอการไปไร่สตอบอรี่อยู่ตลอดเวลา.... และดูเหมือนว่าคนร่วมทริปก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก

    st1

    Sunny Ridge Strawberry Farm คือเป้าหมายของทริปเมื่อครั้งยังอยู่ที่เมลเบิร์น เราต้องขับรถกันนานเพื่อไป Phillips Island  ไปด๔แม้วน้ำกลางทะเล และอีกวันถึงจะมาที่ไร่สตอบอรี่แห่งนี้

      st5

     

     

     
     

    ว่ากันว่า ไร่นี้ สืบทอดกันมาถึงสามชั่วอายุของตระกูล แล้ว ไร่มีพื้นที่ขนาด 30 เอเคอร์ หากคำนวณแล้วก็พบว่า 1 เอเคอร์ = 2.529 285 264 ไร่  หรือประมาณ 75 ไร่ นั่นเอง

    Pietro และ Rosa Gallace เจ้าของไร่ตัดสินใจซื้อที่ผืนนี้มาเก็บเป็นอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัวมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2507

    ทุกวันนี้พื้นที่ 75 ไร่ขยายเพิ่มขึ้นตามกำลังความสามารถในการซื้อที่เป็น 607 ไร่ในท้ายที่สุด
    และส่งผลให้ Sunny Ridge กลายเป็นฟาร์มสตอเบอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย

    st12

    ในช่วงปีพ.ศ. 2523 ไร่หรือฟาร์มสตอบอรี่แห่งนี้เริ่มบริการที่เรียกว่า "Pick Your Own"
    หรือบริการที่ให้ลูกค้าที่มาเยี่ยมชมไร่ได้สามารถตะลุยไร่สตอบอรี่แล้วเก็บลูกสตอบอรี่ด้วยมือของตัวเอง และกลายเป็นที่นิยม ชื่นชอบของผู้เดินทางมาที่นี่ หลายคนตั้งใจมาที่นี่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

        st11

    st3

    ทีมของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น หนึ่งในผู้คนที่ต้องการมาชมไร่สตอบอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียและอยากจะเก็บมันกับมือ

    หลังจากผู้จัดการไร่แนะนำที่มาของไร่แล้ว ก็พาเราไปยังไร่แล้วแจกกล่องพลาสติกใบย่อมให้กับเรา

    เกมแข่งเก็บสตอบอรี่แล้วเอามาชั่งน้ำหนักอวดกันเลยเกิดขึ้น

    คนสี่คนก้มหน้าอยู่กับใบไม้สีเขียวปกคลุมตรงหน้า สักพักก็หยิบลูกสตอบอรี่สีแดงมาใส่กล่อง ... มันดูน่ามองไม่เบา


    ผลการประลองฝีมือวันนั้น ใจกับไกด์ของการท่องเที่ยวออสเตรเลียเก็บสตอบอรี่ลูกที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 4 คน โครจะเชื่อว่าน้ำหนักสตอบอรี่ลูกเดียวจะมากถึง 35 กรัม นั่นมันเกือบครึ่งขีดเลยนะนั่น สอตอรี่ยักษ์จริงๆ


    st4

    หลังจากได้สตอบอรี่แล้ว เราก็ยังมาง่วนอยู่กับการแวะซื้อของฝากในร้านขายผลิตภัณฑ์แปรรูปของทางไร่

    ใจยืนมองกล่องสตอเบอรี่สดแพ็กใส่กล่อง วางขาย เพียงกล่องละ 100 บาท เห็นแล้วน่าอิจฉา เห็นใน supermarket บ้านเรากล่องเล็กๆ ก็ปาไป 299 บาทเข้าไปแล้ว

    เขายังมีราสเบอรี่ บลูเบอรี่สดในกล่องราคาไม่ต่างกัน รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ในไร่อีกสารพัดไม่ว่าจะเป็นแจมสตอบอรี่ ไวน์สตอบอรี่ ซอสปรุงรสทำจากสตอบอรี่ และอื่น ๆอีกมากมาย

    st9


    ใจซื้อแจมติดมือกลับมาด้วย และซื้อน้ำผึ้งของที่นั่นมาฝากรุ่นพี่ที่รู้จักกันมันหนักพอสมควร กว่าจะถึงบ้านต้องหอบไปอีกหลายที่ แต่คิดแล้วว่าคนที่ได้รับคงจะยิ้มกว้าง อย่างน้อยก็เห็นความพยายามในการหอบของมาฝากของใจ

    ใจไม่กินผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสตอบอรี่ก็จริง แต่ใจก็ใจกว้างพอที่จะแบ่งปันมันให้คนอื่น

    ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ใจว่าการให้....เป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ

    st6

    บทเรียนเรื่องสตอบอรี่นี่แหละชัดเจน....

    สนใจไปที่ไร่สตอบอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ไปได้ที่
    Sunny Ridge
    Corner Shands and Mornington /Flinders Road
    Main Ridge VIC 3928
    Melbourne
    Victoria
    Australia

    Tel: (03) 5989 6273
    Fax: (03) 5989 6363

    หรือแวะไปชมรายละเอียดก่อนที่

    www.sunnyridge.com.au


            ----------------------------

    coming soon!!




    jao 

    รู้สึกเหมือนได้ยาดี
    อยู่ดีๆ ใจก็รู้สึกดีขึ้นทันตาเห็น
    พอแล้วละที่เศร้าๆ เนี่ย ลุกมาจากเตียง มาอัพ blog ต่อละกัน

    กลับมาแล้วนะ... กลับมาแล้วนะ.....ใจกลับมาแล้ว

    9/17/2008

    ซื้อตั๋วหนังผ่าน Mc Delivery



    mc1

    ฝนตกมาหลายวันแล้ว
    ดูเหมือนช่วงนี้กรมอุตุวิทยาจะประสบความสำเร็จในชีวิต
    บอกว่าฝนจะตกมันก็ตกจริงๆ... นานๆ จะเห็นแบบนี้สักที

    ฝนตกไม่เพียงแต่ทำให้คนโรแมนติกขึ้นหรอก
    แบบว่ามองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเห็นหน้าคนรักลอยมา
    น้ำตาไหล เพราะทะลึ่งออกอยู่...ใครเปิดทันวง 3 โทน จะนึกถึงน้ำตาฟ้ามาในบัดดล
    ใครเกิดทันโลโซ ก็จะนึกถึง ฝนตกนอกหน้าต่าง... อินจัด...

    ฝนตกยังทำให้คนออกไปนอกบ้านลำบาก
    อากาศขี้เกียจไปทำงานจะตามมา
    หรือไปทำงานแล้วอาจจะนั่งหลับนกหน้าคอมพิวเตอร์ได้ง่ายๆ

    mc2 mc3

    เมื่อวานใจแทบจะกินแต่ขนม กับมาม่า
    เพราะว่าฝนตกออกไปไหนก็ไม่ค่อยจะได้
    เสบียงในตู้เย็นเริ่มร่อยหรอ..ไม่สามารถทำอาหารที่อยากจะกินได้

    วันนี้ฝนก็ตกอีกตั้งแต่เช้า
    ท้องฟ้าออกแนวครึ้มตลอดเวลา กลัวว่าออกนอกบ้านมันก็จะเปียกเอา
    ตึกบ่ายใจก็หิวจนหน้ามืด
    นึกอะไรไม่ออก ก็ขอเลือกสั่งอาหารแบบถึงบ้านหรือเดลิเวอรี่ท่าจะดี

    นั่งคุยกับดาวผ่านทาง gmail chat ว่าจะเลือกสั่งอะไรดี
    ก่อนมาสรุปว่าควรจะสั่ง Mcdonals เขากำหนดให้สั่งถึง 150 บ. และบวกค่าส่ง 20 บ.
    ว่าแล้วก็กดเบอร์โทร 4 หมายเลข

    "1171"

    mc4 mc7
    ถุงกระดาษที่ใส่เฟรนซ์ฟรายและเบอร์เกอร์ รวมถึงแก้วใส่โค้ก มีเรื่องราวน่าสนใจแปะอยู่


    เสียงรับสายอัตโนมัติตอบกลับมา

    "สายด่วนเลือกตั้ง 1171 สวัสดีค่ะ ติดต่อเจ้าหน้าที่กด 1 
    แจ้งเบาะแสทุจริต 2 เลือกตั้งสว. กด 3 xxxxxx "


    ยังไม่ทันจะฟังจบ ใจรีบกดวางก่อนในทันที เพราะคิดว่าคงกดผิดแน่ๆ
    ที่ไหนได้

    Mc delivery มันต้อง 1711 เฟ้ยยย....555

    โดยปกติแล้ว ใจจะศึกษาข้อมูลว่ามีเมนูอะไรบ้างให้เลือกสั่งผ่านหน้าเว็บไซต์ของเขาเสียก่อน
    http://www.mcthai.co.th/index.php
    คลิกๆ ไปเรื่อยๆ เปิดดูเมนูที่จะกินคนเดียว ก่อนยกหูไปหา 1711

    mc6mc5
    พนักงานส่งของ ถามด้วยว่า รับซอสเพิ่มไหมครับ...


    พนักงานรับสาย...ทักทายว่าเบอร์นี้ เจ้าของชื่อนี้ใช่ไหม
    ในกรณีที่เคยโทรฯ มาสั่งแล้วก่อนหน้านี้
    ถามว่าส่งที่นี่ใช่ไหม...หากย้ายบ้านก็เปลี่ยนที่อยู่ด้วย
    ใจเลือกสั่ง ซามูไรเบอร์เกอร์หมู เพิ่ม 10 บาท ได้เฟรนซ์ฟรายและโค้กแก้วใหญ่
    ไม่รู้มันมาตั้งแต่เมื่อไร วัฒนธรรมเพิ่ม 10 บาท ได้ของไซต์ใหญ่ขึ้นเนี่ย... แต่ชักชินแล้วล่ะ

    ใจยังสั่งชุดแมคส์วิง 4 ชิ้นติดมาด้วย
    ก่อนปิดท้ายว่า

    "เอามันบดด้วยค่ะ"
    พนักงานเงียบไปสักพัก แล้วตอบกลับว่า
    "เอ่อ...ไม่มีมันบดค่ะ"
    สติใจกลับมาแล้ว
    "อุ้ย ขอโทษค่ะนั่นมัน KFC เนอะ"
    5555 บ้าไปแล้วเรา...


    ก่อนพนักงานจะทวนเมนูที่ใจเลือก
    เธอถามว่า อยากได้ตั๋วหนังในเครือเมเจอร์กับ ดีวีดีไปชมตอนกินไก่ด้วยไหม?

     mc8

    อันที่จริง ใจสังเกตมาตั้งแต่เมื่อคลิกไปดูเมนูในเว็บไซต์แล้วล่ะ
    เพิ่งเห็นว่า มีบริการซื้อตั๋วหนังในเครือเมเจอร์
    และซื้อดีวีดีมานั่งชมที่บ้าน โดยพนักงานส่งไก่จะทำหน้าที่ส่งตั๋วและดีวีดีให้กับเราด้วย

    ใจถามพนักงานว่า ตั๋วหนังที่ว่าเลือกที่นั่ง โรง สาขาและเลือกเรื่องได้เลยไหม
    ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น เราเพียงแต่ซื้อราคาตั๋วมาไว้
    ส่วนโรง สาขา และหนังเรื่องไหน ให้ไปเลือกที่สาขาจะไปดูอีกครั้ง...
    ส่วนดีวีดี พนักงานนำเสนอเรื่อง The eyes 1 , Vantage point และอื่นๆ ...

    อาจจะเป็นเพราะว่า CEO ของเครือเมเจอร์ คือ วิชา พูลวรลักษณ์
    ได้ตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นของบริษัท แมคไทย จำกัด  กว่า 70% มาอยู่ในมือตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว
    นับตั้งแต่นั้น วิชาก็ได้เริ่มตัดสินใจเปลี่ยนโฉมหน้าของสาขา Mcdonalds ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น
    หากใครแวะเวียนไป Mcdonals สาขาอัมรินทร์ หรือโซโก้
    คงเห็นความเปลี่ยนแปลงของ Mcdonals ในไทยได้อย่างชัดเจน
    เก้าอี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเบาะหนัง เต็มไปด้วยสีสัน ยังมีมุมขายกาแฟ เหมือนในต่างประเทศ
    ที่เรียกมุมขายกาแฟในสาขาว่า Mc Cafe
    ใจเคยเห็นที่นิวซีแลนด์ ป้ายของ Mc Cafe ที่นั้นสีทองอร่าม บาดตาจริงๆ

    ไม่เพียงแค่นั้น Mcdonalds ยังมีบริการ wifi ฟรีอยู่พักหนึ่ง
    ก่อนเริ่มให้คนซื้ออาหารหนึ่งเมนูของ Mcdonalds ได้สิทธิ์รับ account ใช้ wifi ฟรีครึ่งชั่วโมง
    เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ชุดพนักงานของ Mcdonalds ก็เพิ่งจะเปลี่ยนรูปแบบไป
    ใครไม่เคยสังเกต ไปเมื่อไรลองมองดูก็ได้ จะพบว่ามันไม่เหมือนเดิม...

    คนในวงการ รู้ดีว่า วิชาเป็นคนคิดนอกกรอบ
    การพกพากล้องดิจิตอลติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ
    และถ่ายภาพร้านรวงแปลกตาเอามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสาขาของโรงหนังเมเจอร์
    เป็นตำนานที่คนในวงการตลาด กล่าวขานกันมาหลายปี

    บริการสั่งซื้อตั๋วหนัง หรือดีวีดี ผ่านบริการ Mc Delivery ถือเป็นอีกสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของเขา
    นี่สินะที่เขาเรียกว่า "Synergy"
    เอาของที่มีอยู่ในมือ มาใช้งานร่วมกันให้เกิดประโยชน์
    แถมใครๆ ก็มองว่าเป็นการคิดนอกกรอบ...

    เพียงแต่....วันนี้ใจมี CSI มาชมแล้ว
    นั่งกินไก่ไป ดูทีม CSI ผ่าศพไป .. โหดเข้าไปทุกวัน
    เลยปฏิเสธพนักงานของ Mcdonalds ไป

    เจ้าหล่อนบอกว่า

    " ฝนตก พนักงานไปส่งช้าหน่อยนะคะ อีก 45 นาทีจะถึงนะคะ สวัสดีค่ะ"

    อีก 25 ผ่านไป ใจได้ไก่และของทุกอย่างที่สั่งมานั่งกินพร้อมกับดู CSI...อร่อยเหาะ

    9/16/2008

    esplanade market



     Esplanade-Market


    The Esplanade Market

        
     
    "โลกกว้างอยู่ข้างหน้า แต่หากไม่เดินทาง   เราก็มิอาจได้พบเจอ"

    es2

          เคยได้อ่านเจอคำพูดนี้บ่อยๆ และดูเหมือนจะใจจะไม่ปฏิเสธว่าเห็นด้วยกับคำพูดนี้ เราจะไม่เพียงแต่พบคนแปลกหน้า สถานที่แปลกใหม่ แต่เราจะได้พบเห็นโลกอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดลืมตามาตั้งหลายปี ไม่เคยมีในบ้าน หรือในรั้วโรงเรียน
         ใจยังเชื่ออีกว่า การออกนอกแผนการเดินทางเสียบ้าง จะเติมสีสันและรสชาติในการเดินทางนั้นได้ดีไม่น้อย
         หลายต่อหลายครั้ง การแวะออกนอกเส้นทางระหว่างการเดินทาง ได้ทำให้เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ มากกว่าตารางการท่องเที่ยวที่อยู่ในแผ่นกระดาษ
         หนก่อนไปเมลเบิร์น คนของการท่องเที่ยวออสเตรเลีย ประจำรัฐ Victoria ให้เวลาใจและเพื่อนร่วมทริปในการเดินที่ตลาดนัดศิลปะริมหาด St. Kilda ราวๆ 20 นาที ซึ่งไม่ได้อยู่ในแผนการท่องเที่ยวของพวกเราตั้งแต่แรก
       
    อาจจะเป็นเพราะเราทำบุญไปดี วันที่เดินทางไปถึงที่เมลเบิร์น บังเอิญตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นที่ตลาดแห่งนี้ทำการ เปิดเพลงวันเดียวต่อสัปดาห์ ตั้งแต่สิบโมงเช้า ยัน ห้าโมงเย็น

     


    es0

        

         The Esplanade Market ข้างหาด St. Kilda ขึ้นชื่อเรื่องการขายผลงานศิลปะ งานประดิษฐ์ ประณีตศิลป์ และผลงานที่อาจจะมีชิ้นเดียวในโลก
         ว่ากันว่ามีนักศิลปะออกบูทที่นี่กว่า 150 ร้าน ดังนั้นไม่ต้องสงสัยถ้าหากว่าคุณไปที่นั่นแล้วเขาไม่ให้ถ่ายภาพผลงาน เพราะเขาระวังเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
        
    ตลาดข้างหาดที่ยาวที่สุดในเมลเบิร์น เปิดทำการตั้งแต่ปี 1970 หวังจะใช้เป็นศูนย์กลางหรือตลาดนัดศิลปะของศิลปินท้องถิ่น

    es3

         
         Adam Elliot หนึ่งในผู้ก่อตั้งตลาดยังเป็นศิลปินที่ได้รับรางวัล  Academy Award  สาขา director and animator ด้วย
     
        โดย Adam Elliot เคยเปิดขายเสื้อยืดเพ้นท์ลายที่นี่เมื่อหลายปีที่แล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่วงการภาพยนตร์

        และในปี 2003 เขายังได้รับรางวัลออสการ์หนังสั้นยอดเยี่ยมที่ชื่อ  “Harvie Krumpet” อีกด้วย

    es1

         ไม่เพียงแต่เสื้อยืดเพ้นท์ลาย ที่นีรวมเอางานศิลปะหลากขนานเอาไว้ ทั้ง งานแฮนด์เมดจำพวกไม้ กระดาษ แก้ว เรซิน สิ่งประดิษฐ์รีไซเคิล ของที่ใช้งานได้จริงแต่เต็มไปด้วยดีไซน์ ของใช้ในบ้าน ของขวัญ และอื่นๆ อีกมากมาย

    y1pVhD-ZwBnyfgfFNqSVPmDSTUo4F6hQo_GCvAs2ekb2k1IGQXkA6rHuQ

         แวะเข้าไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับตลาดนัดศิลปะข้างหาดแห่งนี้ได้เพิ่มเติมที่ www.esplanademarket.com

    หรือจะบินไปชมด้วยตนเอง ก็ไปให้ถูกวัน...เขาเปิดเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น...


    ครัวใหม่...



    "หาช่างที่ไม่เบี้ยวงานยาก บางทีนัดแล้วก็ไม่มา โทรฯ หาก็ไม่รับบ้าง"

    ใจได้ยินคำพูดแบบนี้จากคนใกล้ตัวหลายครั้ง
    อ่านจากกระทู้ของบรรดาคนที่พักอยู่ในคอนโดฯ เดียวกัน
    ก็พบว่ามีหลายคนพบกับปัญหานี้...ปัญหาเดียวกันกับที่ใจเจอ

    หลังจากที่นัดหมายกับช่างบิวท์อิน เลือกแบบเรียบร้อย
    ใจก็ถูกเลื่อนวันนัด ถูกเบี้ยวเวลา มาสาย
    ทำไม่จบงานในหนึ่งวัน ต้องนัดหมายใหม่อีกรอบ...

    บิวท์อินเล็กน้อยตรงครัว กับปูกระเบื้องตรงอ่างล้างจานไม่มากใช้เวลาสองวันกว่าจะเสร็จสิ้น
    พี่ปุ๋ยและแอมถามหาภาพ เลยไปยืนถ่ายภาพครัวมาให้

    บอกตรงๆ ปูกระเบื้องสีขาวแบบนี้ เอาโถฉี่ผู้ชายมาแปะ...ออกแนวห้องน้ำชายเลยนะนี่ 5555



    home1

    งานที่เสร็จแล้ว ออกมาหน้าตาแบบนี้ง้ะ

    home2
    กระเบื้องที่เห็นมีลายนะขอบอก ต้องไปยืนใกล้ๆ ถึงจะเห็น
    ไกลๆ ลายก็หาย กลายเป็นสีขาวล้วนซะงั้น


    home3 home4
    ในตู้มีเสบียงไม่มากแล้ว ต้องไปถอยมาสักหน่อย

     

    home5
    ชั้นล่างเอาไว้ใส่จานชาม จริงๆ ต้องติดที่คว่ำจานด้วย ซื้อมาแล้วแต่ยังไม่ได้ติดเลย

    home7
    กระป๋องข้างๆ ตะกร้ายังว่างจะใส่อะไรลงไปดี?



    home8 home9
    แก้วสีสวย  ส่วนแก้วลาย I love NY นั่นหอบมาจากเกาะแมนฮัตตันเลยนะขอบอก บ้ามาก... ไม่มีใครเกิน


    อ้อ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขออวดหน่อย



    home12
    มีคนอยากเห็นต้นไม้อีกต้น อันนี้อยู่ในห้องน้ำ
     


    home10
    ขออวดเก้าอี้หน่อย ต้องควักเงินจ่ายไปตั้ง 3 พันกว่าจะได้ตัวนี้มา



    home6
    ห้องนอน...เอ่อ.... หมอนเพียบ

    home13home14
    กระจกอีกแล้ว บานนี้พี่ปุ๋ยเพิ่งให้มา ส่วนข้างๆ นั่นกระจกตู้เสื้อผ้าในห้องนอน



    home11 
    มุมจากหน้าต่างห้องนอน...มองเห็นสระน้ำ แอบดูผีเสื้อสมุทรกับฉลามหนุ่มบ่อยๆ 5555


    "ปลวก"



    ad2 

    ข้องใจกับป้ายโฆษณา "ปลวก" ตัวโตๆ
    แล้วตามมาด้วยเบอร์โทรเลขสวยมานานหลายปี
    แม้จะถ่ายรูปเก็บไว้ก็นานนม
    แต่ไม่เคยคิดค้นหาคำตอบว่า..."ปลวก" ที่ว่านั้น เป็นอย่างไร

    วันนี้ใจถ่ายรูปเก็บไว้อีกครั้ง
    และก็นำมันมาใส่ใน google.com
    "ปลวก+02 888 4888"
    (เทคนิคการค้นหาที่ยอดเยี่ยมใน google ใส่ข้อความตามด้วยบวกข้อความแวดล้อมแล้ว enter)
     
    ได้ผลทันตาเห็น
    พระเจ้าช่วย....google หาทุกอย่างในโลกให้ใจได้
    ยกเว้น "หล่อรวย หน้าตาดี ยังไม่มีแฟน และไม่เป็นเกย์"
    เพราะใจพบว่ามีเว็บไซต์ http://www.028884888.com/ โผล่ออกมา....

    ใครจะเชื่อป้ายโฆษณา "ปลวก" ตัวโตๆ บนพื้นสีเหลืองแสบตา
    ตามด้วยเบอร์โทรศัพท์ และข้อความอธิบายสรรพคุณ
    รับกำจัดปลวกด้วยสมุนไพร
    ซึ่งมักเห็นได้ว่า แปะตามผนังอาคาร รั้ว พื้นที่มากมายในกรุงเทพฯ
    จะมีเว็บไซต์ธุรกิจนี้เป็นของตัวเอง

    ad3

    ไม่ธรรมดาเสียแล้ว ไม่ธรรมดาจริงๆ นะนี่
    นอกจากจะสมควรได้รับรางวัลป้ายโฆษณาดีเด่นระดับประเทศ
    เตะตา ข้อความกินใจ ได้ผล เห็นชัดเจน
    ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว...ใจว่ามันเห็นทุกที่
    ยกนิ้วให้ว่าขยันแปะกันเต็มที่อย่างเห็นได้ชัด...ทำงานหนักกันจริงๆ

    ใจคลิกเว็บไซต์ขึ้นมาแล้วในตอนนี้
    ตามไปอ่านธุรกิจกำจัดปลวก...
    และได้พบว่าบริษัทที่ทำธุรกิจกำจัดปลวกนี้
    ยังมีบริษัทในเครืออีกหลายประเภท

    เป็นต้นว่า  จัดจำหน่าย   สมุนไพรนาโนไวท์
    กำจัดปลวก มด แมงสาบ เห็บ ฯลฯ
    บริการเคลือบ กันซึม ดาดฟ้า, ห้องน้ำ, ผนังอาคาร 
    ขายถ่านอัดแท่งนาโนไวท์ไร้ควัน ไร้กลิ่น ไฟแรง ทนทาน
    ขายชปูนซีเมนต์ชนิดพิเศษที่ปูนซีเมนต์ทั่วไปทำไม่ได้
    ขายกาวและเคมี อุตสาหกรรม
    ขายส่งประกันทุกชนิด
    ผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกครบวงจร
    ผลิตฉนวนกันความร้อนทุกชนิด
    จนถึงขายกระจกสีสเตนกลาส แกะสลักกระจก

    ad1

    พูดมากไม่ได้....ด้วยจรรยาบรรณสื่อ ...
    เดี๋ยวจะกลายเป็นการโฆษณาไปซะ
    อย่างไรเสีย ลองแวบไปดูเว็บไซต์ก่อนก็ได้นะ
    ลองไปแวบๆ อ่านดู...แล้วจะรู้จัก "ปลวก" มากขึ้น ....


    อ้อ... ใครเคยเห็น ยกมือด้วย... กำลังหาแนวร่วมคนเคยเห็นป้าย "ปลวก"

    9/15/2008

    พิซซ่าเกาะลันตา

     


    lanta3

    ตั้งแต่มาทำงานอยู่ในย่านถนนพระอาทิตย์
    ชีวิตของใจก็มีโอกาสได้รู้จักกับ "พิซซ่าเกาะลันตา"

    ใจและเพื่อนร่วมงานใช้พิซซ่ายี่ห้อนี้ในการแก้เบื่ออาหารไทย อาหารญี่ปุ่น และอาหารเวียดนามอยู่บ่อยครั้ง
    (แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็คงจะทานพิซซ่าทุกวันไม่ได้เป็นแน่ ...เพราะมันเลี่ยน)

    lanta2lanta1lanta11

    วันนี้ก็เช่นกัน ใจและเพื่อนร่วมงานเดินเท้าออกจากออฟฟิศ
    เลี้ยวเข้าตรอกโรงไหม ซึ่งอยู่ด้านหลังของวัดชนะสงคราม
    หากใครมาทางตรอกข้าวสารหรือบางลำพู ฝั่งที่จะทะลุตรอกโรงไหมคือ
    ซอยรามบุตรี หลังวัดชนะสงครามสงครามเช่นกัน
    เดินเท้าเข้าไปที่โรงแรมขนาดเล็กที่ชื่อ "O Bangkok"
    ด้านล่างของที่นี่เป็นที่ตั้งของร้าน "พิซซ่าเกาะลันตา"
    ซึ่งแต่เดิมร้านนี้อยู่อีกที่ เขาเพิ่งย้ายมาเมื่อปีกลาย
    ใครเคยมาแต่ก่อนเก่า ก็ให้เข้าใจกันว่าเขาย้ายมาอยู่ตึกถัดมาไม่กี่สิบเมตร

    lanta7lanta5

    ใจมาทานพิซซ่าที่นี่หลายหน แต่ยังไม่มีโอกาสได้เจอเจ้าของสักที
    อยากจะถามประวัติความเป็นมา และแหล่งของสูตรพิซซ่าเตาถ่าน
    ขอบบางกรอบของเขาว่า "ท่านได้แต่ใดมา"
    จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเขา เลยไม่มีประวัติมาฝาก แปะเอาไว้ก่อนละกันนะ

    lanta6

    แต่ใจเคยอ่านเจอว่า สาขาแรกของพิซซ่าเกาะลันตามาจากเกาะลันตา จังหวัดกระบี่นั่นเอง
    ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องการทำพิซซ่าด้วยเตาถ่าน ขนมปังก็อบด้วยเตาถ่าน
    ขอบพิซซ่าบางมาก และก็กรอบ ใครเคยเจอพิซซ่าแป้งหนาเป็นนิ้ว คุณจะไม่เจอที่นี่

    lanta8lanta4

    นอกเหนือจากเมนูพิซซ่าหลากหลายหน้า ขนมปังสารพัดอย่างแล้ว
    ยังมีสลัดสารพัดแบบ ลาซานญ่า สปาเก็ตตี้ และอีกหลายเมนูอาหารอิตาเลียน
    ลองแวะเวียนไปกันได้ ... ลองออกจากร้านพิซซ่าแบรนด์นอก
    แล้วไปหย่อนก้นที่พิซซ่าเกาะลันตาดู ว่าจะชอบไหม
    ไม่ต้องไปไกลถึงกระบี่...ไปที่นี่แหละ ตรอกโรงไหม ไปชิมกันดู อร่อยดี



    ปล. นี่คือโฉมหน้ามนุษย์โลกที่แวะไปหม่ำพิซซ่าเกาะลันตากันวันนี้ (ใจดูอ้วนตั้งแต่ยังไม่ได้ทานเลย 555)


    lanta9



    โอ้...ป้าทุม



    chic 

    วันนี้ใจต้องตื่นแต่เช้าเพราะต้องเข้าออฟฟิศไปประชุมกองบรรณาธิการ
    นัดแนะกับบอลและแอม รุ่นน้องนักข่าวที่ออฟฟิศว่าจะไปพร้อมกัน
    หลังจากใช้เวลาในการเดินทางข้ามโลกอยู่สักพักเราก็ไปถึงที่หมาย
    ทุกคนต่างลงความเห็นว่าควรจะทานข้าวเช้าก่อนจะเริ่มประชุม
    เพราะหากใช้เวลาประชุมยืดเยื้อ
    คาบเกี่ยวเวลาเที่ยง เลยเที่ยง เข้าบ่าย เราอาจหิวตาลายตายกันไปข้างหนึ่งได้

    ว่าแล้ว ทุกคนก็เดินเลี้ยวเข้าซอย มุ่งหน้าไปร้านป้าทุม ร้านประจำของคนที่ออฟฟิศ
    ร้านข้าวแกงธรรมดา ลูกค้าสามารถตักข้าวได้เอง คิดราคา 2 อย่าง 25 บาท 3 อย่างราคาก็เพิ่มขึ้นไป
    บริการน้ำอุทัยทิพย์และน้ำแข็งฟรีด้วยอีกต่างหาก

    แอมเริ่มตักข้าวก่อนใคร ตามมาด้วยบอลและใจ
    วันนี้ใจเล็งอาหารไว้ตั้งแต่แรกก่อนตักข้าวใส่จาน
    อยากจะกินแพนงและไข่ต้ม จำได้ว่าวันก่อนก็เลือกเมนูเดียวกันนี้
    ตักข้าวและสั่งอาหารเสร็จ ใจก็ยกข้าวไปนั่งที่โต๊ะ ดูทีวีไปพลาง ทานไปพลาง

    เมื่อสติเริ่มมา ใจก็มองเห็นสีของเนื้อสัตว์ซึ่งใช้ปรุงแพนงออกจะแปลกๆ ไม่เหมือนหมู
    ว่าแล้วใจก็หันไปถามแอมกับบอล รุ่นน้องที่ออฟฟิศว่า
    "นี่มันหมูหรือเนื้อเนี่ย ออกจะเหนียวๆ"
    แอมกับบอลบอกว่าเป็นหมู เพราะสีมันไม่เข้มมาก ออกแนวจืดๆ
    ใจชักไม่แน่ใจ เลยลุกไปหาป้าทุม
    ใจชี้ไปที่หม้อแพนงแล้วถามว่า

    "ป้า นี่มันหมูหรือเนื้อ"

    ป้าตอบกลับมาชัดเจน

    "เนื้อสิหนู"

    "ป๊าด"

    ใจตอบกลับไปแบบนั้นก่อนเดินกลับมาที่โต๊ะ
    แทบไม่ต้องบอกอะไรเลย เจ้าบอลถือโอกาสเอาช้อนตักเนื้อแพนงในจานออกไป
    เลยกลายเป็นว่าวันนี้ใจต้องกินข้าวกับน้ำแพนงและไข่ต้มหนึ่งฟอง

    ที่เจ็บช้ำกว่านั้น คือเมนูเดียวกันนี้ ถูกใจกินไปตั้งแต่มื้อที่แล้ว รู้สึกว่าอร่อยอีกต่างหาก....
    ความช้ำของคนไม่ทานเนื้ออยู่ตรงนี้ ตรงที่นึกว่ากินหมูแต่ทะลึ่งเป็นเนื้อ เง้อออออออ

    อ้อ...ตอนไปจ่ายตังค์ ป้าทุมยังสำทับปลอบใจว่า

    "หนูไม่กินเนื้อเหรอ ปกติป้าจะบอกทุกคนนะ ว่าในหม้อนั่นคือเนื้อ
    แต่เพราะเห็นหนูตั้งใจชี้ว่าจะเอา ป้าเลยไม่ได้บอก
    เอาเหอะน่า ถือว่าปล่อยผีวันหนึ่ง ...อร่อยใช่ไหมละ"

    โอ้.....ป้าทุม