ถ่ายรูปของชำร่วยมาด้วย เพิ่งรู้ว่ากล้องในมือถือมันก็ถ่ายรูปได้สวยดีแฮะ
คงจะไม่ผิดเลยแม้แต่นิดหากจะบอกว่า....ตั้งแต่เกิดมา ....
วันนี้ถือว่าเป็นวันที่เดินสวนจตุจักรได้นานที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ
หลังจากแอนเพื่อนซี้ โทรฯมาหาเมื่อวาน และนัดแนะเจอกันที่แห่งนี้
หากไม่ใช่แอนบอกว่าจะแต่งงาน...การเดินจตุจักรมาราธอนแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น
เพราะอาทิตย์เป็นอาทิตย์ที่สามเข้าไปแล้วที่ใจมาเดินจตุจักร
ชักเบื่อมันแล้วเหมือนกัน....
แอนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันจากที่ทำงานที่แรกหลังเรียนจบ
ทั้งๆ ที่ทำงานในนั้นแค่ 4 เดือนแต่ก็รู้จักกับแอนตั้งแต่นั้นจนถึงวันนี้
รวมระยะเวลาก็ปาเข้าไปปีที่ 10 เข้าไปแล้ว
เธอตัดสินใจแต่งงาน หลังจากคบหากับแฟนหนุ่มจนเลยเวลา 6 ปี
และมีเวลาเตรียมตัวเตรียมงานเพียงเดือนครึ่ง เพราะงานจะจัดขึ้นวันที่ 18 พ.ย.ที่จะถึงนี้
"อะไรฟะ" คือคำที่ใจอุทานออกมาเป็นคำแรกที่ได้ยินข่าวจากปากของแอน
ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้รู้สึกว่าแอนตัดสินใจอะไรไปเร็วนิดหน่อย
แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายก็เป็นการตัดสินใจของคนทั้งคู่และคนรอบข้างในชีวิตเขา
เราในฐานะที่เป็นเพื่อน ก็คงได้แต่อยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือ
ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจแบบไหน... ทำได้แบบนี้เท่านั้นเอง....
10 โมงตรงจนถึง 6 โมงเย็นของวันเสาร์ ถูกใช้ไปกับการเดินหาของร้านขายของชำร่วยงานแต่ง
หาร้านรับพิมพ์การ์ดงานแต่ง และก็ของประดับในงานอีกหลายๆ อย่าง
แอนบอกว่ายังไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน ร้านที่อยากจะได้ก็ยังไม่ได้วางมัดจำ
เพียงแต่แวะเข้าไปคุย นัดหมาย แต่ยังไม่ได้บุ๊กวันเป็นเรื่องเป็นราว
ยังไม่รู้จะพิมพ์การ์ดอย่างไร ใช้คำอะไรในนั้น ของชำร่วยเป็นอย่างไร
พิธีการจะมากมายแค่ไหน .... เรียกได้ว่ายังไม่มีอะไรในมือสักอย่าง...
แต่ใจกลับอึ้งที่แอนไปจองแพ็กเก็จถ่ายภาพในสตูดิโอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ใจก็แอบขำ...ไม่มีอะไรสักอย่างแต่ว่าจองถ่ายภาพไปแล้ว
เหตุการณ์แบบนี้คงเกิดขึ้นกับใครอีกหลายคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว
ไม่มีอะไรไม่เป็นไร ขอให้ได้ถ่ายภาพงานสวยๆ เอาไว้ก่อน 555
เราเดินกันจนเมื่อย เข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ วนไปวนมาอยู่แถว ๆ โซนขายของแฮนด์เมด
ถามราคา จดราคา กดเครื่องคิดเลข ต่อรองราคา คิดถึงความคุ้มค่าและมองหาสิ่งที่ดีที่สุด
แวะทานข้าวก็เอากระดาษออกมากาง คิดถึงว่าจะตกแต่งสถานที่อย่างไร
มีอะไรในงานบ้าง และอะไรที่ควรจะซื้อบ้าง
พอจะคิดได้คร่าวๆ ในเวลาแค่นั้น เพราะใจเองก็ยังไม่เห็นว่าสถานที่ที่จะจัดงานเป็นแบบไหน
ระหว่างการเดิน เราเจอของชำร่วยหลายแบบมาก
จริงๆ แล้วใจเองเคยเดินหาของแบบนี้มาหนหนึ่งแล้ว เมื่อเกือบสองปีที่แล้ว .....
การเดินหาของชำร่วยเพื่อที่จะใช้ในงานแต่งของตัวเอง
แต่สุดท้ายก็กลายเป็นหมัน เพราะว่างานก็เลิกล้ม แถมยังต้องเลิกกับคู่หมั้นอีกด้วย
พอนึกๆ แล้วก็ขัน ไม่นึกว่าจะมีวันแบบนั้นกับเขาเหมือนกัน
แต่มันก็แค่อดีต... ผ่านไปแล้ววันนั้น....วันนี้ก็มีความสุขดี
เราเจอเซรามิกรูปหมาตาสีดำเหมือนมีแพนด้า เอาไว้ใส่เกลือ พริกไทย
เจอเซรามิกอีกหลายแบบ เจอแพ็กเก็จจิ้งเอาไว้ใส่ของชำร่วยอีกหลายชนิด
เจอร้านพิมพ์การ์ดและร้านของชำร่วยที่คนมากันเป็นคู่ๆ เยอะมาก
หลายคู่เลือกแบบการ์ด เลือกของชำร่วย และสั่งพิมพ์ให้ทันวันงาน
ส่วนใหญ่จะเป็นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า และไม่พ้นสิ้นปีนี้
ของมีหลายราคาให้เลือก มีทั้งแบบขายของชำร่วยแล้วเอาไปใส่แพ็กเก็จจิ้งเอง
หรือไม่ก็รับทำทั้งหมด แถมทำป้ายชื่อ ถึงเวลาก็มารับของ ไม่ต้องทำอะไรสักอย่าง
ใจกับแอนเปลี่ยนใจแทบทุกร้านที่เจอของน่ารักๆ และก็ราคาไม่แพง
แต่เมื่อคิดสาระตะแล้วก็พบว่าการนั่งทำเองมันไม่แพง และก็ได้ของที่น่าจะเหมาะสมกับงานด้วย
ถุงผ้าลายสวยงาม ใส่บุหงารำไปด้านใน พร้อมป้ายชื่อคู่บ่าวสาว ดูเหมือนจะพื้นๆ
แต่ก็ไม่เห็นร้านไหนจะเอามา Match กันสักร้าน
มีแต่เย็บถุงผ้าเอง ใส่บุหงารำไปด้านใน สีไม่ถูกใจเท่าไรนัก ขนาดก็เล็กไป
ใจกับแอนเลยลงเอยด้วยการเลือกซื้อถุงผ้าลายสวยบวกกับซื้อบุหงารำไปอีกหลายกลิ่น
ถุงผ้าสีสวยขายในราคา 100 ถุง 850 บาท แขกของแอน 200 คนก็ใช้เงิน 1700 บาท
บุหงารำไปกลิ่นสารพัดราคากิโลกรัมละ 200 บาท....ได้จำนวนเยอะมากจนแทบตกใจ
คิดคำนวนแล้วน่าจะใช้สองกิโลกรัมเป็นเงิน 400 บาท ไม่บวกค่าป้ายชื่อที่ไม่กี่บาท
รวมแล้วก็ใช้เงินไม่เกิน 2500 บาท แต่ได้ของที่ดูเหมือนจะไม่เพียงถูกใจแต่ยังถูกราคาอีกด้วย
แต่นี่เป็นเพียงความคิด...วันนี้แอนไม่ได้ขับรถมา จึงยังติดค้างการซื้อเอาไว้ก่อน
จนกว่าจะถึงวันศุกร์หน้าของชำร่วยที่ว่าถึงจะมาอยู่ในมือจริงๆ
แอนเลือกการ์ดอยู่หลายแบบ แต่จนถึงตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหน ราคาใด
ประมาณว่าขอใช้เวลาคิดสักนิดก่อน แต่ก็ต้องรีบเร่งให้เสร็จภายใน 2 อาทิตย์นี้
เพราะเวลาที่จะแจกการ์ดอาจจะจวนเจียนจนเกินไปหากคิดนาน
เราแวะซื้อเทียนหอมสีแดงสวยงาม กลิ่นโรสแมรี่ติดมือ 8 แพ็ก
แพ็กละ 20 บาท จากราคา 35 บาท ติดมือกลับบ้านมาด้วย
กะว่าจะใช้วางบนโต๊ะอาหารของแขก ช่วยให้สีสันกับงานได้ไม่น้อย
แวะดูร้านขายโคมไฟสีสันสวยงาม ขนาดเท่ากำปั้น เห็นวางขายอยู่บ่อยๆ แต่ไม่นึกว่าจะได้เข้าไปถามราคา
กะว่าจะใช้ประดับซุ้มงานแต่ง และประดับตัวงาน ที่คิดกันแล้วว่าใช้ตีมสีชมพูน่าจะดีไม่น้อย
เมื่อสอบถามราคาได้แล้ว ก็จดราคาเอาไว้ก่อน คิดว่าจะกลับมาซื้ออีกหน หากว่าอะไรหลายๆ อย่างลงตัว
เย็นแล้ว....เรานั่งแท็กซี่เข้าบ้านแอน ก่อนขับรถแวะมาดูร้านที่จะใช้เป็นสถานที่แต่งงานกันอีกหน
ร้านแรกดูมืดไปนิดในความคิดของแอนและใจ แขกอาจจะตกใจในถนนหนทางก่อนเข้างาน
แอนขับมาที่บางพลัด แวะดูร้านอีกร้านที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา
ราคาค่าหัวของแขกพอสมควร แต่ทางร้านแบ่งส่วนของร้านครึ่งหนึ่งเป็นงานแต่งได้
แถมยังใจดีจัดซุ้มและเวทีให้ ไม่คิดค่าร้านแต่คิดค่าอาหารเป็นหัว
แขก 200 คนไม่ถึงหนึ่งแสน...แถมร้านก็เป็นสีขาวสะอาดตา ใหม่เอี่ยม....
ใจชอบร้านนี้ ดูดีชนิดที่ว่าแทบจะไม่ต้องอะไรอีกแล้ว
แอนจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเตรียมอย่างอื่นมากกว่าการพะวงเรื่องจัดแต่งร้าน
แอนขับรถมาส่งใจที่บ้านกว่าจะถึงก็ปาไปสองทุ่มกว่า
ใจเข้าใจว่า ระหว่างทางขับรถ แอนคงคิดถึงอนาคตอีกไม่กี่วันข้างหน้าอีกหลายอย่าง
จนกว่าจะผ่านพ้นวันที่ 18 พ.ย. แอนคงจะเหนื่อยเอามากๆ
บอกตรงๆ แค่วันนี้วันเดียว ที่ยังไม่ได้อะไรเป็นเนื้อเป็นหนังมากนัก
ยกเว้นคอนเซ็ปต์งานคร่าวๆ พอเห็นภาพกันบ้าง แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ใจก็เหนื่อยแทนแล้วล่ะ
เห็นแบบนี้แล้วคิดถึงเพื่อนๆ อีกหลายคนที่แต่งงานมีลูกมีหลานไปแล้ว
ไม่รู้จะเหนื่อยกันขนาดไหนกว่าจะได้เป็นเจ้าสาวเข้าเรือนหอ....เห็นแล้วท้อแทน
แต่ที่ท้อกว่า...เห็นจะเป็นการหาเจ้าบ่าวล่ะมั้ง
ชาตินี้ไม่รู้จะมีกับเค้าบ้างรึป่าว ... ชักเหงาๆ แล้วแฮะ
แต่ว่าหากจะมีเจ้าบ่าวจริงๆ กับเขาล่ะก็
ขอไม่มีงานแต่งจะได้ม้ะ.... มันเหนื่อยพิกลนะเนี่ย.....แค่คิดก็ระเหี่ยเพลียใจซะแระ