
ภาพส่วนหนึ่งที่จัดแสดงในนิทรรศการ Earth From Above: An Aerial Portrait of Our Planet.
Towards a Sustainable Development นำมาจากเว็บไซต์ http://www.yannarthusbertrand.org
ตั้งแต่เมื่อปี 2542 ปีแรกที่เริ่มทำงานประจำหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย
ใจมีโอกาสได้ใช้กล้องดิจิตอลของสำนักงานที่สั่งซื้อมาให้ใช้ถ่ายภาพงานสัมมนา
หรือแม้แต่เวลาออกไปทำงานนอกสถานที่
กล้องไม่ถึงสองล้านพิกเซลราคาเกินครึ่งแสน
ถูกใจจับจองเอาไว้กับตัว เอาออกไปทดลองถ่ายภาพเล่นอยู่เสมอ
ตอนนั้นยอมรับว่าตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่เอี่ยมนี้
เคยแต่ต้องใช้กล้องฟิล์มที่ใครๆ ก็ว่ามันปัญญาอ่อน (ไม่รู้ทำไมไปว่ามัน)
และต้องรอให้ฟิล์มหมดม้วน ถึงจะเอาไปล้างและมานั่งดูภาพ
แต่ตอนนี้กล้องราคาแพง เห็นภาพผ่านหน้าจอได้เลย
ไม่ชอบรูปใหม่ก็ลบแล้วถ่ายซ่อม
เพียงแต่ข้อจำกัดของกล้องยุคนั้นก็เห็นจะเป็น
การที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการใช้แบตเตอรี่แบบ AA สี่ก้อน
แถมยังกินแบตเตอรี่เสียจนน่าเบื่อหน่าย
ต้องพกแบตเตอรี่ซึ่งแพงหูฉี่ติดตัวไปด้วยเสมอ
แถมหน่วยความจำก็ให้เราสามารถเก็บภาพได้ไม่กี่ MB
อย่าว่าแต่ GB เลย เอาให้ผ่านขั้นของ MB ไปเสียก่อนเถอะ
ก่อนมีโอกาสได้ใช้กล้องดิจิตอลของคาสิโอ
กล้องสองล้านพิกเซล ราคาตั้งสามหมื่นกว่าบาท
และกล้องโซนี่ F717 กล้องฉลาดของโซนี่ราคาเกือบสี่หมื่นบาท
และมาโผล่ที่กล้องตัวเล็กอย่าง Fuji Z2
จนกระทั่งตอนนี้มี G9 อยู่ในกระเป๋าด้วย
ถ่ายภาพแบบเด็กๆ ฝีมืออ่อนๆ ตามประสาคนธรรมดามาตั้งหลายปี
จนป่านนี้ก็ยังถ่ายรูปไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่นิด
แต่ก็ยังไม่เลิกนั่งดูรูปของคนอื่นอยู่แทบทุกวัน
เขาว่าการนั่งดูภาพบ่อยๆ จะช่วยให้เขาเคยชินกับมุมมองอื่นๆ บ้าง
แต่ทั้งภาพของตัวเองและภาพทั้งหมดที่เคยนั่งดูมา
ไม่เคยมีอิทธิพลกับจิตใจของใจได้มากเท่ากับคนๆ นี้เลย......
เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนเอาข่าวมาบอกว่า
จะมีนิทรรศการแสดงภาพถ่ายงามๆ ที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์และให้ใจรอ
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน พี่โอ ก็ไปถ่ายภาพงานแถลงข่าวนิทรรศการที่ว่านี่มา
และก็ส่ง link ของเว็บไซต์ช่างภาพคนดังกล่าวมาให้ใจดู
จริง ๆใจแอบไปดูมาก่อนที่พี่โอส่งมาก่อนหน้านั้นไม่กี่วันเอง
http://www.yannarthusbertrand.com/ และ http://www.yannarthusbertrand.org/
คือชื่อเว็บไซต์ที่ว่า ทั้งหมดเป็นผลงานภาพของ
Yann Arthus-Bertrand (ญานน์ อารฺตุส-แบรฺทรองด์)
ซึ่งกำลังมีผลงานนำเสนอในงานแสดงนิทรรศการลานน้ำพุ
ด้านหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน จนถึง 9 กันยายนนี้
รวมทั้งสิ้น 99 วันเต็ม

ใจตั้งท่าจะไปหลายวัน จนกระทั่งเมื่อวันก่อน
ทั้งๆ ที่เจ็บขาแต่ก็ยังอุตส่าห์ไปเดินวนอยู่แถวๆ นั้นนานเกิน 1 ชั่วโมง
หากไม่ติดเจ็บขาเพราะยืนลงน้ำหนักที่เท้านาน ก็คิดว่าน่าจะอยู่ได้นานกว่านี้
แต่ไม่เป็นไร เอาไว้ไปอีกรอบก็ยังได้
ผลงานของ Yann Arthus-Bertrand ซึ่งนำมาจัดแสดงในเมืองไทยใช้ชื่อว่า
The Earth From Above:สาสน์สำรวจสภาวะโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
(Earth From Above: An Aerial Portrait of Our Planet. Towards
a Sustainable Development)
ว่ากันว่า "Earth from Above" เป็นปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลก
มีคนเคยชมผลงานนี้มาแล้วมากกว่า 120 ล้านคน จาก 110 เมืองทั่วโลก
เคยจัดแสดงครั้งแรกตามแนวรั้วของสวน Luxembourg กรุงปารีส เมื่อปี 2543
และไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ "Earth from Above" นั้นวนมาจัดแสดงให้ชม
บอกตรงๆ ว่า ก็มีของดีมาวางอยู่ตรงหน้า
มีเหตุผลอะไรที่คนรักการดูภาพจะไม่ตรงดิ่งไปดูงานนิทรรศการนี้??
theme ของนิทรรศการภาพถ่ายนี้ค่อนข้างชัดเจน
ช่างภาพชาวฝรั่งเศสรายนี้ถ่ายภาพจากมุมสูงหรือถ่ายภาพทางอากาศ
เพื่อต้องการการส่งสารว่าโลกต้องการการพัฒนาอย่างยั่งยืน
หาใช่แต่เพียงใช้แล้วทิ้งไป ปล่อยปละละเลย
ดังนั้นภาพจึงไม่เพียงแต่ออกมาจากมุมบน
ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนคนดูอยู่ในมุมสูงแล้วมองสู่เบื้องล่างเท่านั้น



แต่ยังเป็นภาพที่อยู่ใจข่ายของการสำรวจภาวะของโลกในหลายๆ ประเทศ
ภาพที่ถ่ายจากทางอากาศ ทั้งเฮลิคอปเตอร์ หรือแม้แต่บอลลูน
บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกว่ากำลังไปในทิศทางใด
ใจเริ่มเดินจากภาพแรก วนมาดูด้านหลังอีกฝั่งหนึ่ง
กลับไปดูภาพที่แถวใหม่ วนกลับมาดูด้านหลัง
ทำอย่างนั้น โดยใช้เวลามองภาพนานกว่าที่เคยเป็น
ยืนอ่านข้อมูลที่ประกอบภาพด้วยความทึ่ง
ไม่เพียงแต่เขาต้องถ่ายภาพให้สื่อความหมาย
แต่เขายังต้องทำการบ้านกับสถานที่ที่เขาถ่ายภาพมานั้นค่อนข้างมาก
ข้อมูลที่บอกว่าภาพนั้นคือที่ไหน และกำลังเป็นอย่างไร เปลี่ยนแปลงอย่างไร
ทำให้เห็นได้ว่า โลกของเรากำลังประสบปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง
เห็นแล้วก็สะท้อนจิตใจตัวเอง.....มันต้องแบบนี้สิ....

มีไม่น้อยที่ช่างภาพหันเหอาชีพมาเป็นนักข่าวในตัว
นั่นเพราะความเชี่ยวชาญในการถ่ายภาพ การเดินทางและประสบการณ์ที่จำเพาะเจาะจงเหนือชั้นกว่าใคร
Yann Arthus-Bertrand ก็เป็นแบบนั้น
เคยอ่านข้อมูลของเขาจากเอกสารหลายแหล่ง
เขาว่าภาพถ่ายทางอากาศของเขาเป็นผลแห่งความพากเพียรของการออกสำรวจตั้งแต่ปี 2533
ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นความหลากหลายทางธรรมชาติและสีสันแห่งชีวิตเท่านั้น
แต่ยังบ่งบอกถึงรอยประทับของมนุษย์และการล่วงละเมิดต่อสิ่งแวดล้อม
รูปทั้งหมดถ่ายจากความสูงระหว่าง 30-3,000 เมตร
ใช้ชั่วโมงบินรวมทั้งหมด 4,000 ชั่วโมง

มาถึงตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่า
อยากให้ไปดูภาพกัน
ภาพใหญ่เต็มตา มีมากมายถึง 120 ภาพ แต่กลับเดินชมแบบไม่รู้สึกเบื่อเลย
จะเบื่อก็ตรงเสียงของคนพากย์ที่มักจะมาเป็นคู่ๆ
ไม่ดูกันเงียบๆ แต่ยังวิจารณ์เผื่อแผ่คนข้างๆ เท่านั้นเอง (แอบบ่น)
ติดๆ กันมีแผนที่โลกขนาดยักษ์เอาไว้ให้คนที่ชมนิทรรศการ
ถอดรองเท้าและเดินขึ้นไปเหยียบย่ำแผนที่
มองสู่เบื้องล่างของแผนที่ใหญ่ๆ นั้น เพื่อให้เห็นว่าภาพถ่ายแต่ละที่นั้นมาจากมุมไหนของโลก
(บอกตรงๆ บางประเทศใจยังไม่รู้จักเลยว่าอยู่ตรงไหนของโลก....)
สวยจริง ๆ นะ เกิดมาไม่ได้เท่าเขา
ไปดูเขาถ่ายภาพงามๆ ก็ยังดี
หรืออยากชมแกลอรี่ภาพของช่างภาพนักอนุรักษ์ผู้นี้ก่อนไปดูของจริงที่
http://www.yannarthusbertrand.org/v2/yab_us.htm
ดูไปก่อนพลางๆ ก็ได้นะ
ว่าแล้วก็ขอคลิกไปนั่งดูอีกหน่อยละกัน....มันเป็นแรงบันดาลใจดีแต๊ๆ

ปล.ภาพบางภาพในเว็บไม่มีจัดแสดงในเมืองไทยก็มีเด้อออ
และมีภาพหลายภาพที่ถ่ายจากเมืองไทยด้วย...สวยแต๊ๆ