ขึ้นหัวข้อมาเสียเครียด ใครที่เห็นชื่อเรื่องก็อาจจะพาลหลบลี้หนีหายไม่ยอมคลิกเข้ามาอ่านได้
แต่ ขอแสดงความยินดีกับท่านที่เสียเวลาอ่านบรรทัดแรก และตัดสินใจจะอ่านต่อไปยังบรรทัดอื่นๆ
เป็นเวลานานร่วมเดือนแล้ว นับตั้งแต่เดือนทางไปต่างประเทศยาวนาน 15 วันเต็ม
บวกกับเวลาก่อนหน้านี้นั้นอีกหลายวัน ที่ใจไม่เคยได้ย่างกรายเข้าไปใกล้โรงหนังเลยแม้สักนิด
แม้จะคิด แต่ก็ไม่เคยได้ทำ มันเป็นความปวดร้าวเล็ก ๆที่ฝังอยู่ในซอกหรืบของหัวใจดวงน้อยๆ
เมื่อได้ยินใครถามว่า "ไปดูหนังเรื่อง....มาหรือยัง?" หรือ "ช่วงนี้ทำไมไม่ค่อยได้ไปดูหนังเลย??"
จริง ๆ อยากจะบอกว่า หัวจิตหัวใจมันเรียกร้องอยากจะเสียเงินไปนั่งดูหนังในโรงอยู่เสมอ
แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว บวกกับค่าตั๋วหนังที่นับวันๆ วันไม่เคยจะลดลง
สุดท้ายเลยลงเอยด้วยการไม่เคยได้ใกล้โรงหนังเพื่อซื้อตั๋วหนังเข้าไปนั่งดูหนังนั่นเอง
แต่.....ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ใจก็มีโอกาสได้แวะเวียนกลับไปที่โรงหนังอีกครั้ง
ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม เคาน์เตอร์หนังก็ยังคราคร่ำไปด้วยหนุ่มสาว วัยกลางคน ไปจนคนแก่ผมหงอก
หลังจากหาที่จอดรถได้ ใจก็มายืนอยู่ต่อคิวซื้อตั๋วหนังเป็นที่เรียบร้อย
พนักงานชายของโรงหนังคนหนึ่งยืนแจกแผ่นพับโฆษณาให้ผู้คนที่ยืนรอคิวซื้อบัตรพิเศษ
บัตรที่ว่าก็เหมือนกับบัตรเติมเงิน หากคุณซื้อคุณจะได้เงินเป็นตัวเลขในบัตรขนาดเท่ากับบัตรประชาชน
ข้างในระบุวงเงิน 1,000 2,000 และ 5,000 บาท จริง ๆ แล้ว ใจเคยเห็นบัตรแบบนี้มานาน
ช่วงเวลาของการอกหัก รักคุด บัตรแบบนี้อยู่ในกระเป๋าใจบ่อยครั้งยิ่งกว่าบัตรประชาชน
เงินเดือนทุกเดือนจะถูกเจียดไปซื้อบัตรเติมเงินที่ว่าอย่างน้อย 2,000 บาทต่อเดือน
มันมีคุณสมบัติในการเป็นบัตรที่ใช้จ่ายเงินค่าตั๋วหนังในโรงหนังนั้นๆ หรือในเครือเดียวกันได้
ในเวลาเดียวกันยังสามารถใช้ซื้อข้าวโพดคั่ว น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยวของโรงหนังได้จากบัตรเดียวกัน
วงเงินจะถูกลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ ตามความเป็นจริง จนกระทั่งไม่มีเงินในนั้นคุณก็สามารถเติมเงินเข้าไปใหม่อีก
แต่มันต่างกันกับหนก่อนหน้าที่ใจเคยซื้อบัตรแบบนี้มาใช้งานก็ตรงที่
พนักงานไม่ได้บอกว่ามันมีคุณสมบัติเป็นบัตรที่ใช้จ่ายในโรงหนังเพียงอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อน
แต่เขากับบอกว่า
"พี่สามารถซื้อตั๋วได้เลยจากตู้ซื้อตั๋วที่ตั้งอยู่ข้างๆ นั่น
(ว่าพลางก็ชี้โบ้ชี้เบ้ไปยังตู้สี่เหลี่ยมเหมือนตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ข้างช่องขายตั๋ว)
แถมพี่ยังใช้เป็นบัตรซื้อป๊อบคอร์นได้ พี่ได้รับสิทธิพิเศษแบบ VIP เลยนะครับ
หนาวก็ขอผ้าห่มจากพนักงานได้ด้วย ข้างในนั้นมันอุณหภูมิตั้ง 20 องศาเลยนะครับพี่
หากได้ผ้าห่มสักผืน ก็จะดีไม่น้อย เอาไหมครับพี่สักบัตรนะครับ สะดวกนะครับ"
ไม่เคยมีใครบอกว่าทำไมโรงหนังถึงต้องติดตั้งระบบความเย็นจนคนนั่งชมหนังหนาวสั่นกันทั้งบาง
หลายคนสันนิษฐานว่ามันเป็นระบบปรับอากาศแบบรวม คือใช้เหมือนกันทั้งห้าง ลดมันจะลดหมด
บางวันคนเยอะมันจะร้อน บางวันคนน้อยมันจะหนาว ก็ว่ากันไป
แต่บางคนก็ให้ความเห็นว่า มันช่วยไล่ยุง ไล่แมลงได้ อากาศเย็นๆ แบบนี้แมลงจะไม่กวนคนในโรงหนัง
จนถึงปัจจุบันอาจจะมีข้อสันนิษฐานได้อีกอย่างหนึ่งว่า
"มันอาจจะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของโรงหนังก็ได้นะ มันอาจจะเป็นบัตรเอกสารสิทธิ์สำหรับคนขี้หนาว"
ทำให้โรงหนังหนาว คนจะได้ซื้อบัตรเติมเงิน เพียงเพราะไม่อยากพกเสื้อกันหนาวในหน้าร้อน
และอยากจะได้ผ้าห่มไปห่มตอนดูหนัง ใช้บัตรบ่อยๆ เข้า วงเงินในบัตรก็หมด
กระตุ้นให้คนใช้จ่ายกันเพลิน ไม่ทันรู้ตัว แบบว่าเพลินไป ไม่ทันได้ดูว่าใช้ไปอะไรเท่าไรบ้างนั่นเอง
แต่ดูเหมือนเขาจะไปถูกทาง เพราะว่าอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นหนึ่งคนแล้ว....
ปล. ใครไปดูหนังที่ดิเอสพละนาด อยากกินป๊อบคอร์น ราคาป๊อบคอร์นที่ซื้อจากเคาน์เตอร์ด้านล่าง
ไม่เท่ากับราคาที่หน้าโรงหนัง ดังนั้น หากไม่อยากเสียเพิ่ม 10 บาท
ก็ให้ซื้อจากข้างล่างไป อันนี้พนักงานเขาบอกมา