Namkhang's profileที่ว่างของใจ PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
12/29/2006 นักบอลอนุบาล
12/26/2006 ชีวิตใจที่บ้านนอก
12/22/2006 คำพูดกินใจของคุณคืออะไร.....
ยังหายใจอยู่
12/20/2006 เห็นแววความเหนื่อยมาเยือน
12/19/2006 ใจในวันนี้...
12/16/2006 มากมายหลายอย่างในหนึ่งวัน
12/15/2006 คิดถึงใครกัน??
หัวหิน...
12/14/2006 หายไปสองสามวัน
12/12/2006 ตะลุยโรงงานปลาทูน่า และเพื่อนหนุ่ย
12/11/2006 เดี๋ยวกลับไปเอาค่ะ...
12/10/2006 โยเกิร์ตผสมผลไม้รวม
อยากออกจากห้องมั่งอ่ะ...
12/9/2006 ลงเอยตรงที่...บ้าน...
โทรศัพท์จากแม่...
12/8/2006 ไม่ใช้น้ำหอม และ ปรัชญา Tom Cruise
12/7/2006 ไดอารี่เด็กผู้หญิงที่นั่งข้างข้างบนเครื่องบินเมื่อคืนนี้
พิศดูแล้วเธอหน้าตาดูดี เหมือนจะเป็นเด็กอันมีจะกินไม่ใช่น้อย เธอพร้อมเพื่อนและคุณครูมาเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว
แต่เสียดายไม่ได้ไปฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
เห็นบอกวางแผนจะมาอีกครั้งในวันหยุดตรุษจีนที่จะถึงนี้
เพราะเธอเป็นสาวไวหรือเป็นเพราะใจไม่ยอมโตก็ไม่ทราบ ทำให้รู้สึกว่าเธอโตเร็ว และเป็นสาวเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
บางทีพอถึงวัยแบบนี้แล้ว...
เมื่อนั่งมองเด็กผู้หญิงเดินผ่านไปผ่านมา
ใจกลับรู้สึกว่า หากเธอแต่งตัวน่ารักตามวัย
มันจะทำให้เธอดูสดใสและน่าสนใจกว่านี้อีกมากโข
แต่อย่างว่าแหละ เมื่อเด็กเราก็อยากจะโต
และเมื่อโตก็อยากจะเด็กอีกครั้ง
สลับกันอยู่เสมอแหละเนอะ
เธอทั้งสองไม่ยอมนอน ทั้งๆ ที่พนักงานปิดไฟไล่ไปแล้ว
ใจเห็นเธอเปิดไฟส่องมาที่โต๊ะหน้าที่นั่ง
หยิบกระดาษ A4 พร้อมปากกาคิตตี้สีชมพูขึ้นมาหนึ่งด้าม
และก็ลงมือเขียนข้อความอะไรตั้งมากมายลงไปบนหน้ากระดาษแผ่นนั้น
อากัปกิริยาทำให้ชวนนึกไปถึงไอม่วย
ใจเห็นมันนั่งเขียนยิกๆ ในสมุดไดอารี่สีม่วงของมันทุกเย็นของวัน
ขณะที่ใจกำลังนั่งอัพ blog
ด้านหลังใจก็เห็นม่วยกำลังขมักขะเม้นกับการเขียนไดอารี่ของมันอยู่ตลอดเวลา
รุ่นน้องคนนึงที่บังเอิญไปเจอว่าเอา space ของใจ ไปแปะไว้ที่ space ของเขา ทั้งๆ ที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ... วันนี้ใจก็แอบไปอ่านข้อความย้อนหลังนิดๆ หน่อยๆ
ก็พบว่า เขาชอบการเขียนไดอารี่อยู่มากโข
เห็นบอกว่าหลายปีมานี้หมดสมุดไดอารี่ไปไม่รู้กี่เล่ม ปากกาหมดน้ำหมึกไปไม่รู้สักกี่ด้าม..
ใช้แรงงานแรงกายไปกับการเขียนตัวหนังสืออยู่เอาการ
แต่ก็ดูเหมือนว่าสุดท้าย ไดอารี่เล่มนั้น
จะกลายเป็นสิ่งของสะสมสำคัญสำหรับชีวิตไปโดยปริยาย
ใจมานึกถึงตัวเอง...เมื่อก่อนใจมีสมุดลายการ์ตูนอยู่หลายเล่ม
ไม่ได้เอาไว้เขียนไดอารี่เพียงเท่านั้น
แต่ใจเอาไว้แต่งกลอนหวานแหวว สาวรักหนุ่ม หนุ่มรักสาว ลาวๆ พิกล
เขียนไว้เป็นเล่ม เพื่อนผู้หญิงหลายคนขอยืมไปส่งเพจเจอร์กันเป็นประจำ
หมดสมุดไปหลายเล่มกับการแต่งกลอน
ทุกวันนี้มันก็นอนอยู่ที่ตู้เก็บหนังสือหลังบ้าน
นานๆ กลับบ้านถึงจะแวะไปเปิดทักทายดูลายมือของตัวเองสักที
เมื่อก่อนเป็นคนชอบเขียน ไม่สิ ตอนนี้ก็ชอบเขียน แต่วิธีการเขียนของใจเปลี่ยนเป็นการพิมพ์แทน ....
จะได้เห็นลายมือของเองอีกครั้งก็เมื่อตอนที่กำลังสัมภาษณ์ใคร
มันจำเป็นที่จะต้องจดเป็นตัวเขียนตามคำพูด
หรือไม่ก็ประชุม ต้องจดคำพูด และวาดรูปเล่น เขียนเล่นฆ่าเวลาไปพลางๆ
การเขียนไดอารี่ของใจเปลี่ยนจากลายมือ
เป็นการพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดเสียอย่างนั้น
อรรถรสมันต่างกัน เขียนด้วยลายมือมันคลาสสิก
ขณะที่พิมพ์ลงหน้าเวบมันต้องอาศัยเทคนิคของความไฮเทคเข้าช่วย
แต่ผลสุดท้าย..มันก็ลงเอยด้วยข้อความที่อ่านที่แฝงไปด้วยความทรงจำเหมือนกัน
ผ่านไปหลายนาที .... เด็กผู้หญิงสองคนเมื่อกี้ก็ยังไม่หยุดเขียน ใจแอบเห็นลายมือน่ารักๆ เขียนข้อความยาวมาจนถึงเกือบครึ่งหน้ากระดาษ
แต่...หมึกปากกาคิตตี้น่ารักคงใกล้หมด
ตัวหนังสือเลยลางๆ และเห็นเธออ้าปากเป่าที่ปลายปากกา
ฮา ฮา ฮา เสียงมันดังเล็ดลอดออกมา แต่ว่าก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ใจหยิบกระเป๋าถือขึ้นมา เอาปากกาที่เพิ่งได้แจกจากในงานยื่นให้
เธอหัวเราะ แล้วบอกว่าขอบคุณค่ะ
ผ่านไปหลายนาที เห็นเธอนั่งเขียนอยู่อย่างนั้น... หยุดพักก็เฉพาะตอนกินข้าว จนใจหลับยาว มาตื่นอีกทีก็ถึงกรุงเทพ
แต่ก็ยังเห็นเธอเขียนไม่ยอมเลิก....
นะ.... ให้โตเร็วยังไง เรื่องรักการเขียนในหัวใจ
ใจก็ต้องขอชื่นชมเธอล่ะเนอะ
พยายามต่อไปน้องเอ้ยย ม่วยด้วย ปุ๊ด้วยนะ
ไดอารี่เล่มนั้นอ่ะ จะมีค่าอีกนานจนแก่เฒ่าเลยละ
อย่าหมดความพยายามในการเขียนต่อไปละกันนะ
ส่วนใจก็เขียนไดอารี่ผ่าน space แห่งนี้ต่อไป
เรามีหัวใจที่รักการเขียนบันทึกเหมือนกัน
เพียงแต่วิธีการที่เราใช้...มันต่างกันเท่านั้นเองเนอะ....
เหงา เมื่อย เหนื่อย
วันที่สองในฮ่องกงไม่มีอะไรมากนัก ขออนุญาตข้ามผ่านมาวันที่สาม เพราะน่าสนใจกว่าเยอะ แผนการณ์วันนี้...ใจจะไปที่จุดชมวิวที่สูงที่สุดของฮ่องกง ใจขึ้นมานั่งบนแท็กซี่แล้วละ พี่แกก็ส่งภาษาจีนล้งเล้งๆ ใส่ซะมากมาย ใช้เวลาแค่ห้านาที แท็กซี่ก็มาจอดที่ตรงจุดขึ้นรถราง น่าแปลกใจสำหรับคนไทยที่ไม่เคยมาฮ่องกงอย่างใจ ใจจำไม่ได้ว่าต้องเดินผ่านไปบันไดเลื่อนไปกี่ชั้น กว่าจะถึงจุดชมวิวบนนั้น จุดชมวิว Victory Peak ลมแรงจนตัวเกือบปลิว ใช้เวลาเดินอยู่บนนั้นแวบนึง ใจก็ตัดสินใจนั่ง TRAM ลงมาด้านล่างอีกครั้ง วินาทีนี้ใต้ดินของฮ่องกงเป็นสิ่งที่ท้าทายความฉลาดของใจอีกครั้ง ใจว่ามันเป็นความพยายามอย่างยิ่งยวดของมนุษยชาติ ใจใช้เวลาเดินเป็นกิโลเห็นจะได้ หลังจากโผล่มาที่ตึก Time square ใจก็ใช้มันเป็นทางผ่านไปเดินช็อปปิ้งในถนนเส้นอื่น ๆ ที่อยู่ติดกัน... ร้านโจ๊กคนเยอะหลัง World Trade Center เป็นเป้าหมายในเวลานี้ เรียกพนักงานมาสั่งอาหาร ท่านก็ไม่พลาดส่งภาษาจีนมาให้ใจอีกตามเคย อาหารมาวางอยู่ตรงหน้า...ไอเส้นนี่แหละที่ใจอยากจะกิน ในเมนูมันชิ้นกระจึ๋ง...พอมาถึงมันชิ้นเท่าบ้าน....ฮานี่บ่าเฮ่ย ออกจากร้านด้วยอาการจุกมากมาย เดินไปอีกเรื่อยๆ ยังมีเวลาอีกถมถืดก่อนขึ้นเครื่อง เวลาล่วงเลยมาถึง 4 โมงเย็น ใจเลยตัดสินใจจะไปกระเป๋าที่ฝากไว้ด้านล่างของโรงแรม ตอนแรกกะว่าจะเรียกแท็กซี่มาถึงสนามบินเลยทีเดียว ใจเลยเรียกแท็กซี่ไปที่สถานีที่ว่า เสียค่าบริการไป 24 เหรียญ ใช้เวลานั่งรอเครื่องขึ้นนาน....เบอร์เกอร์คิงและ msn ช่วยแก้เหงาและแก้เบื่อได้นิดหน่อย ใจไปฮ่องกง
|
|
|