ขอสารภาพอย่างหน้าไม่อายว่า ... ไม่เคยรักการดื่มกาแฟ
ดังนั้นเวลาเข้าร้านกาแฟ นอกจากจะไม่สั่งกาแฟแล้ว
ยังไม่รู้ว่า เวลาสั่งกาแฟแต่ละชนิด มันต่างกันตรงไหน
รสชาติ และที่มาเป็นอย่างไร ดังนั้น จึงไม่เคยคิดจะสั่งกาแฟในร้านกาแฟเลย
ยกเว้นกาแฟเย็นในแบล็คแคนยอน หรือกาแฟเย็นจากร้านอาบังรถเข็นใกล้ๆ บ้าน
หลังจากเบี้ยวคำเชิญจากทรู คอฟฟี่มาหนหนึ่ง วันนี้เลยเบี้ยวไม่ได้อีก
ต้องหอบสังขารอาการปวดท้อง ไม่สบาย ไปถึง ม.ศรีปทุม ย่านบางเขน
เพื่อเข้าร่วมคอร์สฝึกเป็นบาริสต้าหรือพนักงานชงกาแฟกับทรู คอฟฟี่ เป็นเวลาสองสามชั่วโมง
จริงๆ ไม่ถึงกับลงมืออยู่หน้าเครื่องเป็นบาริสต้าเต็มตัว
แต่แค่พอจะรู้เรื่องกาแฟขึ้นมาบ้างอีกนิดก็เท่านั้นเอง
ไม่เป็นใบ้เวลาเข้าไปยืนหน้าเคาน์เตอร์แล้วเผลอสั่งกาแฟแบบผิดๆ เข้า
เรื่องเมล็ดกาแฟมาจากไหน คั่วด้วยองศาร้อนเท่าไร
บดอย่างไร ใช้กี่กรัมในการชง แล้วต้องใช้น้ำร้อนที่เท่าไรในการผ่านกาแฟให้ได้รสชาด
ต้องใช้เวลาเท่าไรให้ได้ความกลมกล่อมพอดี หรือชอตไม่ตาย
ต้องใช้นมอย่างไหน ฟองทำอย่างไร น้ำเชื่อม ช็อคโกแลตอะไร ไม่อยากเล่าถึง
เพราะเล่ากันข้ามคืนข้ามวันไม่น่าจะพอ
เอาแต่สำคัญๆ ที่คิดว่าตัวเองฉลาดขึ้นมาบ้างก็พอ
สิ่งสำคัญที่ว่าก็คือ... ความแตกต่างของกาแฟเมนูนั่นเอง
เมนูแรกของทรูคอฟฟี่ คือ Espresso Classic ที่ร้านอื่นคงเรียกว่า Espresso กันธรรมดากระมัง
ไอนี่มันคือ กาแฟบดผ่านด้วยน้ำร้อนไม่เกิน 100 องศา ไม่ผสมอะไรเลย
เข้ม ขม ดำปี๋ หรือแก่เข้มคือความหมายจริงๆ ของ Espresso
ต่อให้เป็นแก้วเล็ก แก้วกลาง แก้วใหญ่ เขาว่าก็ใช้ปริมาณกาแฟและเวลาในการผ่านน้ำร้อนเท่ากัน
เพียงแต่ว่ากดที่ปุ่มเครื่องส่งแรงดันน้ำร้อนผ่านกาแฟบดว่าต้องการสำหรับขนาดแก้วเท่าไร
น้ำก็จะถูกส่งผ่านมาที่กาแฟบดแล้วก็ไหลออกมาเป็นกาแฟดำปี๋ในทันที
เพราะว่าที่แท้จริงแล้ว Espresso นี่มาจากภาษาอิตาลี แปลว่าเร่งด่วน
เช่น สำหรับแก้วเล็ก แก้วกลาง แก้วใหญ่ มันก็จะไหลออกมาให้พอดีกับจำนวนที่ต้องการ
โผล่ออกมาเป็นกาแฟเข้มสีดำ ไหลลงแก้วแบบจอกที่เรียกกันตามภาษาคนชงและคอกาแฟว่า "ชอต"
ดังนั้นบางคนอาจจะสั่งเข้มบ้างไม่เข้มบางตามประสาความชอบ เป็น ชอตเดียว หรือ สองชอต
single หรือ double นั่นแหละ เขาว่าความไวต่อออกซิเจนของ Esspresso มีสูงมาก
ดังนั้น จึงเห็นว่าฝรั่งบางคนจะจิบ Espresso ทันทีที่เคาน์เตอร์ เพื่อไม่ให้เสียรสชาด
กินไม่ดี อาจจะลวกปากได้ ขอบอก.....
Espresso ที่ดีต้องชงด้วยความร้อนไม่เกิน 100 องศา
จะให้ดียิ่งขึ้นมันต้องที่ 92-96 องศา และให้น้ำร้อนผ่านกาแฟบดในระยะเวลา 18-23 วินาที
บางที่ก็ว่า 18 -30 วินาที หากต่ำกว่า 18 วินาที ก็เหมือนกับน้ำมันไหลผ่านกาแฟเร็วไปนั่นแหละ
น้ำผ่านกาแฟเร็วไป ก็แสดงว่ารสชาดไม่แน่นพอ กาแฟต่อน้ำไม่พอดี มีกาแฟในน้ำร้อนน้อยไปนั่นปะไร
หากว่าเกิน 30 วินาทีก็จะทำให้ น้ำร้อนผ่านกาแฟบดยาวนานไป แสดงว่ากาแฟจะเข้มไป...นั่นปะไร
เขาว่า คอกาแฟที่แท้จริง จะแกล้งบาริสต้า... ข้าจะกิน Espresso ชอตที่ 19
หรือว่าให้น้ำร้อนผ่านกาแฟบดที่เวลา 19 วินาที พอดิบพอดีนั่นเอง... บาริสต้าเก่งๆ คงไม่กลัว หึหึ
ส่วนใครอยากกินกาแฟหวานหน่อย ใส่นมนิดก็ไปเติมเองที่เคาน์เตอร์
แต่ Espresso ที่แท้จริง คือ กาแฟขมปี๋ ไม่ใส่อะไรเลยตั้งแต่แรกเริ่ม
ถัดมาคือ café americano หรืออเมริกาโน ไอนี่แหละแปลก เพิ่งจะมาถึงบางอ้อก็หนนี้
อเมริกาโน คือ Espresso ผสมน้ำร้อนให้เจือจาง หรือกาแฟดำใส่น้ำร้อนนั่นแหละ
เช่นเดิมใครอยากใส่น้ำเชื่อมก็ไปเติมที่เคาน์เตอร์ที่เดิม
แต่คอกาแฟที่แท้จริง ก็จะไม่ใส่น้ำเชื่อมหรือนม
คอไม่แข็งเท่าไร แต่กินอเมริกาโนนี่แหละ แบบว่ากินกาแฟแต่ไม่เข้มไง
ดังนั้นหากใครเคยสั่ง Ice Espresso มาก่อนหน้านี้ อนุมานได้ว่า "สั่งผิด"
เพราะ Espresso มันต้องร้อน หากอยากจะกิน Espresso แบบเย็นต้องสั่งว่า
"ขอไอซ์อเมริกาโนแก้วนึงค่ะ "
ก็จะได้ Espresso ใส่น้ำแข็งมาหนึ่งแก้วนั่นเอง โฮะโฮะ
คิดว่า Espresso เย็นคงไม่มี เพราะคงแท้ก็ต้องร้อนอย่างที่บอกนั่นแหละ หึหึ
ส่วน Latte หรือลาเต้เนี่ย คือ Espresso 1/3 ส่วน บวกด้วยนมร้อนอีก 2/3 ส่วน
บาริสต้าจะเทส่วนผสมลงถ้วยพร้อม ๆ กัน หยอดด้วยฟองนมหนาสัก 1 เซ็นติเมตรโปะหน้าทับข้างบน
ไอนี่แหละเรียกว่าลาเต้ ... เพราะว่าลาเต้เป็นภาษาอิตาลีแปลว่านม
มันเลยกลายเป็นกาแฟกับนมนั่นเอง เอิ้กเอิ้ก
หาก Espresso+ นม และน้ำแข็ง ไอนี่คือ Ice Latte
อยากกินหวานนิดก็ใส่น้ำเชื่อมเพิ่มเติมเข้าไปไง
ในร้านกาแฟใหญ่ๆ ไม่ใส่น้ำเชื่อมให้ก่อน ไปเติมเองอยากได้หวานแค่ไหน จัดการเอง
ยังมีอีก ยังไม่จบ.....
หากเอา Espresso บวกด้วยนมสดร้อนครึ่งนึง ฟองนมสดอีกครึ่งนึง
ไอนี่อ่ะ เรียก Cappuchino หรือ คาปูชิโน
โอว้ ...จอร์จ แม้วก็เพิ่งรู้
งี้ตูอยากกินกาแฟดำใส่นม และมีฟองด้วย ...แล้วไปใส่น้ำเชื่อมให้มันหวานๆ หน่อย
ก็ต้องสั่งคาปูชิโนสินะ 555
ยังมีอีกนะ ยังมีกาแฟที่เรียกว่ามอคค่า หรือ Mocha
ไอนี่คือ Espresso บวกด้วยโกโก้นั่นเอง
หากเสิร์ฟร้อนๆ ก็เป็น Mocha หรือ Hot Mocha
แต่ว่าใส่น้ำแข็ง ก็เป็น Ice Mocha
ในร้านทรู คอฟฟี่ยังมีเมนูอย่างอื่นอีก เช่น
Espresso Macchiato ไอนี่คือ Esspresso มีฟองนมโปะด้านบน
Esspress Capana คือ Esspresso + วิปครีมโปะด้านบน
Cafe Mocha นี่คือ Esspresso + ช็อคโกแลต
ในร้านอื่นๆ อาจจะเมนูกาแฟแบบอื่นๆ ด้วยนะเช่น
latte macchiato อีกมากมายก่ายกอง ไม่นับกับแบบเย็นอื่นๆ อีก
แค่คิดก็ปวดหัวแระ .. แต่ทั้งหมดก็มีพื้นฐานจาก Espresso ทั้งสิ้น
ต่างกันก็แค่ตรงส่วนผสมอื่นๆ นี่แหละ
เช่นอาจจะเจือจางด้วยน้ำร้อน บวกด้วยนมสดร้อน ฟองนมสด
หรือใส่น้ำแข็ง ผสมโกโก้ ผสมช็อกโกแลตก็ว่ากันไป เอิ้ก...
โคะ ... แค่ชื่อแม้วก็งงแล้ว ...
บอกตรงๆ ไปจดมาเนี่ย ก็ไม่รู้ว่ามั่วไปมั่งหรือเปล่านะ 555 มันเยอะเหลือเกิน
ว่าแล้วก็กินช็อกโกแลตปั่นใส่วิปครีมเหมือนเดิมก็ท่าจะดีเนอะ... หึหึ เอาซะตูงงไปเลย