เมื่อวานเย็น
พี่สาวคนโตถามใจว่า
"ตอนมันนี่มันเล็กๆ ใจได้เลี้ยงมันไหม"
ใจหันกลับไปหาพี่สาว แล้วก็ตอบกลับไปว่า
"ไม่ได้เลี้ยงอะไรเลย แต่เคยเจอมันตั้งแต่ตัวเล็กๆ หนนึง อยู่กับมันทั้งวัน
ที่เหลือก็นั่นแหละ นานๆ กลับมาเจอมันที"
ใจรู้ว่าทำไมพี่สาวถึงได้ถามใจเช่นนั้น
หมาพันธุ์หน้าหัก จมูกแฟบ หางม้วน ตัวล่ำอย่างหมาพันธุ์ปั๊ก
ซึ่งพี่สาวคนกลางเอามาฝากที่บ้านเลี้ยงนานร่วมสองปี
กำลังแสดงท่าทีที่เกิดข้อกังขาทุกครั้งที่ใจกลับบ้าน
และการแสดงออกของมันนี่ที่มีต่อใจ
ทำให้ทุกคนหาคำตอบไม่ได้ว่า "ทำไม?"
ทำไมมันนี่ถึงตามติดใจ คนที่นานๆ จะเจอหน้ามัน
คนที่ไม่เคยให้อาหารมันสักครั้ง ไม่ได้มีหน้าที่อาบน้ำให้มัน
ไม่เคยได้ใช้ชีวิตร่วมกันไม่เคยเป็นห่วงเป็นใยมัน
นานๆ คิดถึงที ก็ถามหามันทีกับแม่และพี่สาว
แต่มันคงไม่เข้าใจหรอกว่าเราถามหามัน
แต่ทุกครั้งที่ใจกลับบ้าน มันนี่จะไม่เคยละสายตาไปจากใจเลย
มันจะตามใจไปทุกฝีก้าว ไม่ว่าจะกินข้าวก็จะเดินตาม
นั่งรอหน้าห้องน้ำทุกครั้งที่ใจอาบน้ำ หรือแม้แต่จำธุระหนักและเบา
เดินตามรอบบ้านหากใจไปเดินถ่ายรูปต้นไม้
มาขอนอนด้วย และจะไม่ยอมนอนเลย หากใจยังไม่นอน
หากใจนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ มันนี่ก็จะนอนหมอบอยู่ข้างๆ ตรงเท้าใจเสมอ
วันนี้ทั้งวัน มันนี่ยังไม่ยอมทานอะไร ยกเว้นนมครึ่งกล่องที่ใจเทใส่จานให้
ประมาณว่า เอาแต่ตามใจจนไม่ยอมไปทานข้าว หรือแม้แต่ดื่มน้ำ
นี่คือสิ่งที่หลายคนในบ้านสงสัยว่าทำไมถึงได้เป็นขนาดนี้
และทุกครั้งที่ใจจะกลับกรุงเทพฯ มันนี่จะน้ำตาคลอ
เศร้าไปเกือบวัน จนกว่าจะเข้าใจและทำใจได้ว่า ใจจะไม่กลับมาอีกแล้ว...
เราไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าทำไม
ใจเคยแอบเล่นมุขกับแม่ว่า อาจจะเพราะใจสวย มันนี่เลยเป็นได้ขนาดนี้ 555
แต่ทุกคนหลงความเห็นว่า มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้น....
บอกตรงๆ ว่าการกระทำของมันนี่
ทำให้ใจมองเห็นสัจธรรมอะไรบางอย่างที่เจ็บปวดพอสมควร
เคยอ่านเรื่องราวจาก forward mail ที่ส่งต่อๆ กันมา
เรื่องราวของความรักที่เริ่มต้นคำถามที่ว่า
"ทำไมผู้หญิงถึงชอบผู้ชายเลวมากกว่าผู้ชายดีๆ"
สงสัยล่ะสิว่ามันเกี่ยวกับเรื่องของมันนี่ยังไง
งั้นลองลำดับความสำคัญของเรื่อง forward mail ที่ว่ากันก่อน
เนื้อหาในนั้นมีใจความ ทำการเปรียบเทียบ
สาเหตุที่ผู้หญิงมักจะชอบผู้ชายเข้าขั้นนิสัยไม่ดี หรือที่เรียกกันง่ายๆ ภาษาชาวบ้านว่า "เลว"
มากกว่าชอบผู้ชายเรียบร้อย นิสัยดี ไม่หวือหวา
กับหนังสือสองประเภท
หนังสือประเภทแรกคือหนังสือสารานุกรม
เต็มไปด้วยสาระ เนื้อหาความรู้ เมื่อหยิบครั้งใดก็เต็มไปด้วยข้อมูล
และช่วยเหลือให้เจ้าของได้ประโยชน์จากมันทุกครั้ง
แต่ตัวหนังสือที่เบียดเสียดแน่นจนตาลายนั้น ทำให้คนอ่านง่วง และน่าเบื่อ
หนังสือประเภทนี้เราจะหยิบก็ต่อเมื่อจำเป็น
เราวางมันทิ้งไว้บนชั้น แต่เมื่อต้องการมันเมื่อไร ถึงจะเดินไปหยิบมันมา
หนังสือแบบนี้เอง ก็เหมือนกับผู้ชายดีๆ สักคนหนึ่ง
ไม่หวือหวา ไม่วูบวาบ จริงใจ และอยู่ข้างเราเสมอ
หนังสืออีกหนึ่งเล่มบนชั้น เป็นหนังสือประเภทออกแบบปกสีสันเตะตา
เห็นเมื่อไรก็อยากหยิบมาอ่านอยู่เรื่อย พลิกๆ ดูรูป ไม่มีเนื้อหาอะไรมากมาย
ไม่ลายตา อ่านง่าย แต่ว่าไม่มีสาระ และไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการหยิบหนังสือเล่มนั้นเลย
หลายครั้งเรามักหยิบหนังสือเล่มนี้มา ก็เพราะเบื่อหนังสือเล่มแรก
หนังสือเล่มนี้ก็เหมือนกับผู้ชายเลวๆ คนหนึ่ง
วูบวาบ หวือหวา น่าไขว่คว้า แต่ไร้สาระเต็มที่ ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเราได้เลยสักครั้ง
นี่ล่ะเหตุผลว่า ทำไมผู้หญิงถึงชอบหนังสือเล่มหลัง มากกว่าเล่มแรก
และก็มักเจ็บปวดกับการหยิบหนังสือผิดอยู่เสมอ....
กว่าจะรู้ตัว หนังสือเล่มแรกก็ไม่ค่อยจะเหลือให้หยิบสักเท่าไร
มาถึงเรื่องของมันนี่บ้าง
ใจว่าใจไม่ได้เป็นคนที่อยู่ข้างมันนี่เสมอ
แต่เพราะใจหวือหวา นานๆ มาที ไม่ชินหน้าชินตามันสักเท่าไร
หรือเพราะสาว สวยกว่าคนที่บ้านก็ไม่รู้ 5555 (อันนี้เข้าข้างตัวเอง)
ไม่เหมือนกับคนที่บ้านที่ให้นม ให้ข้าว และเป็นห่วงเป็นใยมัน
แต่มันกลับไม่ใส่ใจ และทิ้งเขาไว้ข้างหลัง มาตามใจเสียแจ
จนพี่สาวกับแม่แอบค้อนไปหลายหน
มันเป็นแบบนี้...
ไม่ต้องถึงกับว่าใจเป็นเหมือนหนังสือเลวหรอก
แต่อยู่ๆ ดีก็เห็นว่ามันเข้าทำนองนั้น
เข้าทำนองที่ว่า อะไรที่อยู่ข้างๆ ให้ประโยชน์กับเรา
เรามักจะไม่เห็นคุณค่า และมองว่ามันเป็นของตาย
ปล่อยให้เจ็บปวดกับการกระทำอะไรหลายๆ ของเรา
เรามักจะให้เขามาทีหลัง และให้ความสำคัญกับเขาน้อยกว่าของบางอย่าง
จนกว่าจะเข้าใจ บางครั้งก็ต้องทำเอาทั้งเขาและเสียใจไปบ้างก็มี
แต่จนแล้วจนรอด...ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และมันนี่
ก็ไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่ใจกำลังบอก
เพราะก็เห็นอยู่ว่าหลายคนก็ยังเลือกที่จะหยิบหนังสือเล่มหลัง
หวือหวา วูบวาบ มากกว่าหนังสือสารานุกรมอยู่ดี.....
ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะเจ็บปวด และทำให้คนอื่นๆ เจ็บปวดได้มากแค่ไหน....
คิดเอง ช้ำเอง....แง้ว....
ไม่รู้เอามาเกี่ยวกันได้ยังไง....
ว่าแล้วใจก็เห็นว่ามันนี่วิ่งไปดูพ่อที่ขับรถมาจอดหน้าบ้าน
เปิดประตูรั้วเข้ามาในบ้านในช่วงกลางวันแบบนี้
และมันก็วิ่งกลับมานอนข้างๆ เท้าใจเหมือนเดิม....